ค่าสถานะตามเลเวล
| พลังโจมตี | 454 |
|---|---|
| การฟื้นฟูพลังงาน | 61.3% |
ไทย
Solemn Silence
ภายใน 12 วินาที หลังจากตัวละครทำให้เกิดปฏิกิริยาธาตุ พลังชีวิตสูงสุดจะเพิ่มขึ้น 16% ลัคนาจันทร์ - จรัสแสง: พลังชีวิตสูงสุดจากเอฟเฟกต์นี้จะเพิ่มขึ้นอีก 16% เอฟเฟกต์ข้างต้นยังคงเกิดขึ้นได้ แม้ผู้สวมใส่อยู่ในทีม แต่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้
ตัวละครที่ใช้ — ดาบ
เรื่องราว
ท่ามกลางป่าที่ปกคลุมไปด้วยลมหนาวและหมอกหนา เคยมีเรื่องเล่าประหลาดเกี่ยวกับวิญญาณกระหายเลือด ว่ากันว่ามันคือวิญญาณร้ายที่มีนิสัยขี้โมโหและเหี้ยมโหด มันจะเข่นฆ่าผู้ที่บุกเข้าไปในป่าทึบ ไม่ว่าจะเป็นทหารผู้ป่าเถื่อนจากแดนเหนือ หรือกลุ่มโจรที่รวมตัวกันอย่างวุ่นวายบนทุ่งทุนดรา เมื่อพูดถึงความเงียบเหงาของ Nephilheim พวกเขามักจะต้องกดเสียงเบาลงอย่างไม่รู้ตัว ราวกับเกรงว่าเสียงคำรามต่ำอย่างน่าหดหู่ที่อยู่เบื้องหลังนั้น จะกลายเป็นเสียงสุดท้ายที่ได้ยินในชีวิตนี้ ไม่ค่อยมีใครรู้นักหรอก ว่าเสียงคำรามต่ำนั้นไม่ใช่เสียงคุกคามจากวิญญาณร้าย แต่เป็นเสียงคมอาวุธของนักล่านิรนามผู้หนึ่ง นั่นคือผู้ถูกเนรเทศที่ไม่เคยถูกจารึกชื่อ แขกผู้เงียบงันที่ตลอดชีวิตนี้ไม่เคยลุกขึ้นต่อสู้เพื่ออุดมคติหรือธงใด ๆ เพื่อปกป้องเด็ก ๆ ที่สูญเสียบ้านเกิดจากภัยความวุ่นวาย และต้องหลบไปพึ่งพากันอาศัยอยู่ในป่าหนาวเย็น เพื่อปกป้องเด็ก ๆ ที่ใช้หอยสังข์เป็นโทเคน นักล่าจึงต้องฆ่าเหล่าคนพาลในป่าให้สิ้นซาก คมมีดโลหะที่เย็นเยียบไม่สามารถเลียนแบบเสียงสะท้อนของหอยสังข์ได้ เช่นเดียวกับอดีตที่ไม่อาจย้อนกลับคืนมา แต่สีอันอบอุ่นที่ทะลักออกจากข้างลำคอ ก็ช่วยให้เหล่าคนร้ายเงียบเสียงลง ไม่ทำให้ความฝันอันเงียบสงบของเด็ก ๆ ถูกรบกวน นับแต่ยุคของ Tsar และเหล่าชนชั้นสูงในอดีตกาล ตราบจนถึงช่วงเวลาอันยาวนานของ การก่อร่างสร้างยุคสมัยของกฎระเบียบใหม่ นักล่าที่ร่อนเร่ไปอย่างไม่รู้จุดหมายก็ยังไม่เคยกล่าวอะไร และไม่เคยละทิ้งเสียงหวีดของการออกล่าในคืนเหน็บหนาว จวบจนไม่มีเด็กที่ต้องสูญเสียแหล่งพักพิง และถูกบังคับให้ต้องทนอยู่ในป่าอันหนาวเหน็บ จวบจนผู้คุ้มกันวัยชราได้ลืมเลือนคำพูดสุดท้ายไปในราตรีสีขาวที่ไม่รู้จบ นักล่าทิ้งดาบในมือก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในป่าทึบ และไม่มีใครได้เห็นเขาปรากฏตัวอีกเลย