ค่าสถานะตามเลเวล
| พลังโจมตี | 608 |
|---|---|
| ความชำนาญธาตุ | 198 |
ไทย
Revolutionary Chorale
ส่วนหนึ่งของ Millennial Movement ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ช่วยเพิ่มความเสียหายที่สร้างขึ้น 10% เมื่อตัวละครที่สวมใส่ทำให้เกิดปฏิกิริยาธาตุ จะได้รับ Sigil of Rebellion 1 อัน โดยจะเกิดขึ้นได้มากสุดหนึ่งครั้งในทุก 0.5 วินาที และจะยังได้รับแม้ว่าตัวละครจะอยู่ในทีมแต่ไม่ได้อยู่ในการต่อสู้แล้วก็ตาม เมื่อครอบครอง Sigil of Rebellion ครบ 2 อัน จะใช้ Sigil of Rebellion ทั้งหมดเพื่อมอบเอฟเฟกต์ Millennial Movement: Song of Resistance ให้แก่ตัวละครทั้งหมดในทีมที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเป็นเวลา 12 วินาที: ความเสียหายโจมตีปกติ ชาร์จโจมตี โจมตีพุ่งลงจากอากาศเพิ่มขึ้น 16%, พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 20% และจะไม่สามารถรับ Sigil of Rebellion ได้อีกภายในเวลา 20 วินาที หลังจากเอฟเฟกต์บัฟนี้แสดงผล โดยที่ในบรรดาเอฟเฟกต์บัฟต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดย Millennial Movement นั้น เอฟเฟกต์บัฟที่เป็นประเภทเดียวกันจะไม่สามารถซ้อนทับกันได้
ตัวละครที่ใช้ — ดาบ
เรื่องราว
เมื่อก่อนมีเพลงอยู่เพลงหนึ่งที่นิยมร้องตอนดื่มอวยพรและตอนฝึกฝน ซึ่งเพลงร้องว่าอย่างนี้: "หากแม้นมีคนดึงลิ้นของคุณทิ้ง คุณก็ยังสามารถใช้ดวงตาร้องเพลงได้" "หากแม้นมีคนแทงจนคุณตาบอด คุณก็ยังสามารถใช้หูมองไปรอบ ๆ ได้" "หากแม้นมีคนวางแผนจะทำลายอนาคต เช่นนั้นก็ชวนเขามายกแก้วด้วยกันเถิด" "ถึงแม้นพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง แต่เสียงเพลงในขณะนี้ก็จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์" กล่าวกันว่าลักษณะของแต่ละภูมิภาคนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนหรือแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ก็ล้วนแต่เกิดขึ้นตามเทพเจ้าของพวกเขาทั้งสิ้น แต่ที่สุดแล้วเทพเจ้าผู้รักในอิสระ ได้มอบความรักในอิสระ และไวน์นั้นให้แก่แผ่นดินและผู้คนท่ามกลางการต่อสู้ หรือคนได้ถือกำเนิดเทพเจ้าแห่งลมผู้รักในอิสรภาพท่ามกลางหิมะและพายุความปรารถนาต่ออิสรภาพ หรือนี่เป็นคำถามที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ตั้งแต่แรก แต่เพลงเพลงนั้นมักจะร้องในยุคอันมืดมน ไม่ว่าในตอนที่ราชาขึ้นครองราชย์บนยอดหอคอยท่ามกลางลมพายุ หรือเมื่อเหล่าขุนนางผู้เสื่อมทรามทำลายล้างเทวรูป ในอุโมงค์ใต้ดิน, ในซอยมืด, ในร้านเหล้าที่ทรุดโทรม เสียงเพลงที่แทรกซึมไปในลมพายุและกำปั้นเหล็ก ถักทอจนกลายเป็นรังของฮีโร่นักรบ ในอดีตแสนเนิ่นนาน ในเมืองหลวงอันเงียบสงัดที่ถูกล้อมรอบทุกทาง ด้วยเสียงพิณของใครบางคน และเสียงโห่ร้องในที่สุดก็บุกฝ่าคุกแห่งลมพายุ ชายหนุ่ม, ภูต, นักธนู, อัศวินและนักรบผมแดงพเนจร พวกเขายืนอยู่หน้าหอคอยที่มีรูปร่างคล้ายหอกยาวที่ชี้ไปยังท้องฟ้า ด้านหน้าหอคอยที่เหมือนกับเงาของยักษ์หิน และพวกเขาได้ปฏิญาณว่าจะเป็นอิสระ และปฏิญาณว่าจะทำลายกฎของกษัตริย์ผู้โดดเดี่ยวแห่งหอคอย ส่วนคนป่วยและอ่อนแอที่ไม่สามารถปีนขึ้นหอคอยได้ ก็ทำได้เพียงฮัมเพลงเบา ๆ ในมุมที่ไม่มีลมพัดผ่าน เพลงที่ใช้ร้องตอนดื่มอวยพรและตอนฝึกฝนนั้นสามารถเขย่ากำแพงเมือง และกระตุ้นเหล่าผู้กล้าให้ปีนขึ้นไป... "หากแม้นมีคนดึงลิ้นของคุณทิ้ง คุณก็ยังสามารถใช้ดวงตาร้องเพลงได้" "หากแม้นมีคนแทงจนคุณตาบอด คุณก็ยังสามารถใช้หูมองไปรอบ ๆ ได้" "แต่ทว่าใครจะกล้าแย่งเพลงของคุณ, อิสระที่คุณปรารถนา" "—เช่นนั้นก็ ไม่สามารถยกโทษให้โดยเด็ดขาด"