ค่าสถานะตามเลเวล
| พลังโจมตี | 510 |
|---|---|
| ความแรงคริ | 55.1% |
ไทย
Nocturnal Dreams
ภายใน 10 วินาที หลังจากที่การชาร์จโจมตีถูกศัตรู ความชำนาญธาตุจะเพิ่มขึ้น 72 หน่วย; ภายใน 10 วินาที หลังจากที่สกิลธาตุถูกศัตรู ความชำนาญธาตุจะเพิ่มขึ้น 48 หน่วย
ตัวละครที่ใช้ — สื่อเวท
เรื่องราว
"ไม่ว่ายังไงก็ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจนะ Avrelian ลูกรัก ยอดสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียว ที่โชคชะตาประทานมาให้แม่" "สิ่งที่ไหลเวียนในสายเลือดของเจ้าคือคำสาปนับพันปี และแม่เพียงปรารถนาให้เจ้า ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบและเปี่ยมสุข" "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าได้ย่างกรายเข้าไปใน Nod-Krai แม้แต่ก้าวเดียว และยิ่งต้องไม่หลงเชื่องมงายในฝันเฟื่อง ที่เรียกว่าสรวงสวรรค์" "โลกมนุษย์ภายใต้แสงจันทร์นี้ ไม่เคยมีสรวงสวรรค์ใดที่สร้างขึ้นเพื่อมนุษย์ ทุกสรรพสิ่งที่จ้าวแห่งท้องนภารังสรรค์ขึ้น ล้วนมีขอบเขตของมัน" ในค่ำคืนแห่งดินแดนหิมะที่แสงเหนือลูบไล้ ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการเทิดทูนในฐานะนักบุญหญิง ได้เห็นนิมิตแห่งฝันถึงคำทำนายแห่งบ้านเกิดอีกครั้ง แม้จะจากสถานที่อันเป็นถิ่นกำเนิดมานานหลายปี แต่เสียงกระซิบที่ตั้งใจจะลืมเลือนนั้น กลับแทรกซึมเข้ามาในความฝันอันอบอุ่น ราวกับเกล็ดน้ำค้างแข็งที่ยังหลงเหลืออยู่ อาจเป็นเพราะชีวิตใหม่ที่เติบโตในครรภ์ ได้ปลุกญาณหยั่งรู้ที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น ภาพมายาที่วนเวียนในช่วงนี้จึงยิ่งแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ แรกเริ่มคือฝันร้ายที่ยืดเยื้อไม่สิ้นสุด ฝันร้ายที่วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่านับไม่ถ้วน เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตที่ไม่ได้วิวัฒน์ตามครรลองฟ้าดิน ร่วงหล่นจากกิ่งก้านสีขาวเงินที่แห้งเหี่ยวสู่ซากนครที่รกร้าง สัตว์ไร้ขนที่เดินสองขาเพลิดเพลินกับปัญญา และความรุ่งเรืองที่หลั่งไหลมา ตามติดมาด้วยความโลภและตัณหาอันไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งได้รับการขนานนามอันสวยหรูนานัปการ ความเกลียดชัง คำสาปแช่ง การทรยศ การแก่งแย่ง การช่วงชิง การสังหาร และการห้ำหั่นกันเองในเผ่าพันธุ์ เมืองที่กระจัดกระจายดั่งหมู่ดาว ต่างประกอบกรรมดีและกรรมชั่วตามวิถีของตน ทว่าทูตศักดิ์สิทธิ์กลับเพียงนิ่งเฉย ยอมรับทุกสิ่งโดยไม่เอื้อนเอ่ย กระทั่งราชาแห่งดินแดนที่เต็มไปด้วยฝุ่น กล้าท้าทายสวรรค์อันเป็นนิรันดร์ หอคอยสูงส่งตระหง่านจึงพังทลายลงในกองเพลิง และฝังกลบเสียงคร่ำครวญของเหล่าทาสจนหมดสิ้น ฝันที่ไร้ฝันตลอดกาลนับพัน ๆ ปี ราวกับเงาอันว่างเปล่าที่เลือนหายไปในชั่วพริบตา มงกุฎแห่งพิธีได้วางซ้อนกัน ในดินแดนลับ ภายใต้ไม้ที่ตายแล้ว จนท้ายสุดก็ไร้ซึ่งผู้คนสนใจไยดี หากแต่แผนการอันศักดิ์สิทธิ์ก็มีวันแตกสลาย มหานครแห่งทองคำผงาดขึ้นจากผืนดิน มนุษย์ผู้ไม่เคยพึงพอใจกับการสิ้นสุดของสังสารวัฏ ได้โอบอุ้มความทะเยอทะยานเทียบชั้นผู้ปกครอง หมายปองบัลลังก์ที่ว่างเปล่าของโลก มุ่งหวังที่จะทลายขอบเขตซึ่งแบ่งกั้นสวรรค์และโลก เพียงแต่สรวงสวรรค์อันไร้ขอบเขตนั้น สุดท้ายก็ร่วงหล่นจมดิ่ง ไม่ต่างจากปณิธานอันน่าเศร้า และเลื่อนลอยทั้งปวง ขุนนางมังกรแห่งแสงเพลิงตกสู่ห้วงทมิฬแห่งม่านหมอก คลื่นทะเลโหมซัดกลืนกินอาณาจักรหินขาว โลกที่ใกล้ดับสิ้นกำลังมุ่งหน้าสู่จุดจบ เหลือเพียงเงาแห่งอดีตที่ยังคงวนเวียนอยู่ในโถงลึก ความฝันนับไม่ถ้วนที่ชุ่มโชกด้วยเลือด น้ำตา และบาปมหันต์ ความฝันนับไม่ถ้วนที่ไกลเกินเอื้อม ความบาดหมางที่สั่งสมมานานปี ความเคียดแค้นที่สืบทอดมารุ่นสู่รุ่น ทั้งหมดล้วนหมุนเวียนไม่หยุดพักในราตรีที่ไร้ดาว ทว่า เสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่กลับคุ้นเคยยิ่งกว่าเสียงใด ๆ มักจะดังแว่วมาที่ปลายทางแห่งความเจ็บปวดอันมืดมิดเสมอ และกระซิบต่อเธอด้วยความเวทนาดุจแสงอันอ่อนโยน "เช่นนั้น ข้าจะเป็นผู้ยุติสงครามบนผืนดินนี้ และสร้างสรวงสวรรค์อันไร้ขอบเขตขึ้นมาเอง" "ไม่ใช่เพื่อขึ้นเป็นราชาของใคร แต่เพื่อไม่ให้มีใครได้ขึ้นเป็นราชาอีก" ภาพฝันมักจะตื่นขึ้นในห้วงเวลาแห่งคำมั่นสัญญานั้นเสมอ จิตสำนึกถูกดึงกลับไปยังหาดแห่งความจริงอันตื้นเขิน สิ่งที่มาพร้อมกันคือแสงอรุณรุ่งดั่งน้ำค้าง และการเคลื่อนไหวแผ่วเบาของชีวิตน้อย ๆ ในครรภ์ มารดาผู้เยาว์วัยถอนหายใจอย่างแผ่วเบา พลางลูบเครื่องรางสีขาวเงินที่ห้อยอยู่บนอก เธอมองใบหน้าของคนรักที่อยู่ข้างกาย แล้วหญิงสาวก็ทาบมือลงบนหน้าท้องของตน "ลูกแม่ ลูกของแม่... ทำไมถึงได้ร้อนใจขนาดนี้ล่ะ?" "เป็นเพราะรับรู้ถึงหัวใจของแม่... เลยรู้สึกหวาดกลัวงั้นเหรอ?"