ค่าสถานะตามเลเวล

เลเวล
พลังชีวิต10,875
พลังโจมตี212
พลังป้องกัน683
ค่าสถานะเลื่อนขั้นพลังโจมตี24%
อัตราคริ5%
ความแรงคริ50%
Aether — นักเดินทางจากต่างโลกผู้ถูกเทพปริศนาพรากพี่น้องร่วมสายเลือดเพียงหนึ่งเดียวไป จึงจำใจต้องออกเดินทางเพื่อตามหาเทพทั้ง 7
ไทย

วัสดุเลื่อนขั้น

ชุด

เสียงพากย์

เกี่ยวกับกังหันลม...
Paimon: Mondstadt นี่มีกังหันลมเยอะจังเลยเนอะ นักเดินทาง: เพราะว่า Mondstadt นั้นอยู่เหนือกว่าระดับของน้ำ เพราะงั้นเลยต้องใช้กังหันลม ในการสูบน้ำขึ้นมายังไงล่ะ Paimon: ถูกต้อง! Mondstadt น่ะมีลมพัดตลอดทั้งปี เพราะงั้นการจัดหา ทรัพยากรน้ำเลยมั่นคงมาก ๆ Paimon: แล้วก็... กังหันลมก็ถือว่าเป็น "ลมที่มองเห็นได้" ล่ะนะ ส่วน... กระดิ่งลมก็ถือเป็น "ลมที่สามารถฟังได้" ยังไงล่ะ Paimon: หรือก็คือเครื่องรางสำหรับอธิษฐาน ขอพรต่อเทพแห่งสายลม อย่างหนึ่งยังไงล่ะ นักเดินทาง: อย่างนี้นี่เอง เป็นเครื่องรางเหมือนกับ Paimon นี่เอง Paimon: จะเหมือนได้ยังไงกัน! กังหันลมน่ะทำขึ้นมาจากไม้ เอามาทำเป็นอาหารฉุกเฉินไม่ได้ หรอกนะ อย่างมากก็ได้แค่เอามาทำ ไม้จิ้มฟันเท่านั้นแหละ! นักเดินทาง: อืม... นักเดินทาง: ...ฉันควรจะพูดว่าไงดีเนี่ย?
เกี่ยวกับเถ้าแก่ร้านเหล้า...
นักเดินทาง: ฉันได้ยินมาว่าหลังจากได้รับทิปจำนวนมาก เจ้าของโรงเหล้าก็จะกระซิบบอกข้อมูลบางอย่างด้วยนะ Paimon: หมายถึง Angel's Share เหรอ? แต่นายท่าน Diluc นั่นดูรวยจะตายไป Paimon: ต้องจ่ายทิปขนาดไหนถึงจะทำให้เขามองว่ามากพอกันล่ะ? นักเดินทาง: อืม... งั้นบางทีฉันอาจจะจำผิดไป นักเดินทาง: บางทีคำพูดนั่น ฉันอาจจะได้ฟังมาจากโลกอื่นล่ะมั้ง... Paimon: ก็เธอไปมาแล้วตั้งหลายโลกนี่เนอะ
เกี่ยวกับ Cider Lake...
Paimon: ทะเลสาบ Cider Lake น่ะเป็นทะเลสาบที่ไม่มีวันถูกแช่แข็ง Paimon: เหล้าแอปเปิ้ลที่ดีที่สุดของ Mondstadt น่ะ ก็ต้องใช้น้ำของทะเลสาบ แห่งนี้ซึ่งมีความหวานเท่านั้น Paimon: น้ำของทะเลสาบนั่นน่ะ อร่อยมาก ๆ เลยล่ะ! ฉันสามารถดื่มขวดใหญ่ ๆ สองขวดได้รวดเดียวเลยล่ะ นักเดินทาง: สุดยอดไปเลยนะ Paimon: เหอะ ๆ นักเดินทาง: Paimon ตัวเล็กแค่นี้ แต่ดื่มน้ำตั้งมากขนาดนั้น... นักเดินทาง: ก็ยังไม่ตัวระเบิดลอยไปบนฟ้า เหมือนอย่างเจ้า Anemo Slime พวกนั้น... Paimon: เหอะ ๆ ฉันแยกกระเพาะสำหรับกินของ อร่อย ๆ ไว้ไงล่ะ นักเดินทาง: อืม... โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ สิ่งที่ยังไม่รู้ก็ยังเหลืออีกตั้ง มากสินะ...
เกี่ยวกับหนังสือจากโซนต้องห้าม...
นักเดินทาง: หนังสือจาก "โซนต้องห้าม" ที่ Lisa เคยพูดถึง... นักเดินทาง: เธอเคยสงสัยบ้างมั้ย? ว่าหนังสือแบบไหนกันที่ จะถูกเก็บไว้ในนั้นน่ะ? นักเดินทาง: หรือว่า... นักเดินทาง: จะมีหนังสือที่ไม่เหมาะ กับเด็กเก็บไว้กันนะ...? Paimon: หา? ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าขนาดเรื่องเจ้าหญิงหมูป่า ยังไม่โดนเก็บไว้ในนั้นเลย! Paimon: ยังมีหนังสือที่ไม่เหมาะกับ เด็กกว่านั้นอีกงั้นเหรอเนี่ย? Paimon ชักจะอยากรู้แล้วสิ!
เกี่ยวกับความพยายามและสิ่งตอบแทน...
Paimon: ฉันค้นพบว่า ถึงแม้ว่าเราจะขยันทำงานอย่างหนักที่ Mondstadt นี่ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะได้รับ สิ่งตอบแทนเสมอไปนะ นักเดินทาง: ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะ? Paimon: ดูคุณ Huffman ของกองอัศวินแห่ง Favonius นั่นสิ ทุกวันทำงานขยันขันแข็ง... Paimon: แต่คุณ Kaeya ที่ทำตัวเรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ กลับได้เป็นหัวหน้าของเขา นักเดินทาง: อืม... แต่ว่า Jean ที่ทำงานหนักที่สุด ก็ยังได้เป็นรักษาการผู้บัญชาการนะ? Paimon: งั้น งั้นถ้าจะวัดกันตามตำแหน่งล่ะก็... Paimon: Venti ที่ขี้เกียจแบบสุด ๆ นั่น ก็ยังได้เป็นถึงเทพของ Mondstadt เชียวนะ!
เกี่ยวกับ Goth Grand Hotel...
นักเดินทาง: อยากจะพักที่โรงแรม Goth Grand Hotel ซักครั้งจังเลยนะ... Paimon: ฉันก็ด้วย! Paimon: ห้องพักน่าจะทั้งสะอาดแล้ว ก็ใหญ่ สุด ๆ แน่เลย นักเดินทาง: แต่เห็นคุณลุง Goth บอกว่าหลังจากที่พวก Fatui นั่นย้ายเข้ามาก็มีแต่ ปัญหาแปลก ๆ เกิดขึ้น เพียบเลย นักเดินทาง: Electro Cicin ที่พวก Electro Cicin Mage เอาเข้าไปด้วยน่ะ ตายไปตั้งเยอะเลยเพราะ ไฟฟ้าสถิตดึงดูดฝุ่นเข้าไป เยอะมาก ๆ นักเดินทาง: จากนั้นก็จำ Mist Grass Pollen ผิดไปสลับกับพริกไทย... นักเดินทาง: พวก Agent ก็เอาแต่โทษกันไปมา บอกว่าอีกฝ่ายติดเงินค่าเหล้า ของตนอยู่แล้วก็ทะเลาะกัน Paimon: สู้ ๆ นะ โรงแรม Goth Grand Hotel
เกี่ยวกับทิศทางลม...
นักเดินทาง: ผู้คนมักจะพูดว่า Mondstadt คือประเทศแห่งสายลม นักเดินทาง: แต่ว่าฉันก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า ตอนนี้ทิศทางลมมันมาจาก ทางไหนกันแน่นะ Paimon: หรือว่าเราไปถาม Venti กันมั้ย นักเดินทาง: กับคำถามพวกนี้เขาก็คงจะแค่ "เฮ้อ" หนึ่งทีเพื่อกลบเกลื่อน แค่นั้นแหละนะ Paimon: ก็จริง ยังไงซะเทพที่นี่ก็เป็นแค่ นักร้องข้างถนน จะไปรู้อะไรกับลมล่ะเนอะ...
เกี่ยวกับการแปรธาตุ...
นักเดินทาง: นักเล่นแร่แปรธาตุของ Mondstadt นี่เค้ามาทำงานกันอยู่ ตรงข้างถนนเลยนะเนี่ย Paimon: ช่ายยย รู้สึกแปลกเหรอ นักเดินทาง: ฉันเคยไปมาตั้งหลายโลก วิชาแปรธาตุน่ะล้วนถูก เก็บเป็นความลับทั้งนั้นแหละ นักเดินทาง: พอเห็นวิชาเล่นแร่แปรธาตุ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ชีวิตประจำวันแบบนี้ มันก็แปลกเหมือนกับ การได้พบ "คนสามกระเพาะ" นั่นแหละ... Paimon: เห้! คนที่มีกระเพาะเดียวสิ ที่แปลกน่ะ! นักเดินทาง: อืม... นักเดินทาง: นี่เธอจริงจังรึเปล่าเนี่ย? Paimon: หึหึ เธอคิดว่าไงล่ะ!
เกี่ยวกับ Teyvat...
นักเดินทาง: ช่วงเวลากลางวัน กับกลางคืนในทวีป Teyvat นี่ดูสั้นจังเลยนะ นักเดินทาง: ท้องฟ้าตอนกลางคืน ก็เต็มไปด้วยดวงดาว เต็มไปหมด แต่... มันจะดูแตกต่างจาก บ้านเกิดฉันนิดหน่อย นักเดินทาง: โชคชะตาของชาว Teyvat จะสอดคล้องกับกลุ่มดาว ของพวกเขามั้ยนะ? Paimon: อื๋อ? เธอ "ดูดาว" เป็นด้วยเหรอ? เยี่ยมไปเลยนะ นอกจากชาว Sumeru แล้ว ก็ไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องพวกนี้ หรอก Paimon: ชักอยากรู้ซะแล้วสิ! มานี่เร็ว มาดูให้ฉันหน่อย! นักเดินทาง: อืม... นักเดินทาง: ท้องฟ้ายามค่ำคืน บนผ้าพันคอของ Paimon... มีดวงดาวและแสงของ ทะเลลึก นักเดินทาง: รูปแบบของดวงดาว บอกกับฉันว่าในอนาคต... ภายในเจ็ดวันนี้... Paimon: ภายในเจ็ดวันนี้...? นักเดินทาง: อาจจะมีเรื่องที่ดี... หรือว่าไม่ดี... หรือปานกลางเกิดขึ้น... Paimon: อืม... คำตอบของเธอนี่มัน...
เกี่ยวกับเทพแห่ง "อิสรภาพ"
นักเดินทาง: หลังจากที่พวกเราช่วย Dvalin ไว้ได้และกำลังอยู่ ระหว่างทางที่จะกลับมายัง Mondstadt... นักเดินทาง: เพิ่งจะได้เจอกับ "เจ็ดผู้ทรงอำนาจของโลก" เป็นครั้งแรกเนี่ยแหละ ที่แท้ก็เป็นเทพอย่างนี้ เองนะเนี่ย... Paimon: อื๋อ? พวกเราก็รู้จัก Venti มาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ? นักเดินทาง: ฉันหมายถึง... เขาในด้านที่เป็น Babatos เทพแห่งสายลมน่ะ นักเดินทาง: ภายใต้เปลือกนอกของ กวีพเนจร มีจิตวิญญาณของเทพเจ้า ซ่อนอยู่ นักเดินทาง: "อิสรภาพที่ได้รับโดยเทพเจ้า แห่งความอิสระ แบบนั้นยังจะเรียกว่า อิสรภาพได้อยู่มั้ยนะ" นักเดินทาง: คำถามนี้ที่เขาถาม Dvalin น่ะ ฉันเองก็กำลังคิดหา คำตอบอยู่เหมือนกัน...
เกี่ยวกับภูมิประเทศของ Mondstadt...
Paimon: ภูมิประเทศของ Mondstadt น่ะ เต็มไปด้วยที่ราบและเนินเขา Paimon: ว่ากันว่าในตอนที่ Babatos เปลี่ยนแปลงฟ้าดินน่ะ เขาใช้พายุพัดหน้าผาสูงชันต่าง ๆ ให้แบนราบ... นักเดินทาง: อย่างไรก็ตามมันก็ยังมี สถานที่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข น่ะนะ Paimon: อย่างเช่น Starsnatch Cliff? นักเดินทาง: ถูกต้อง นักเดินทาง: นี่มันก็เหมือนกับ... ทำโมเดลอยู่ดี ๆ แล้วก็เกิด ขี้เกียจขึ้นมาซะอย่างนั้นงั้นสินะ Paimon: หืมมม...?
เกี่ยวกับโคลง...
Paimon: ได้ยินว่าการแต่งโคลงเป็น วัฒนธรรมที่สืบทอดมา แต่โบราณของ Liyue หากมีคนเขียนโคลงบทแรก เสร็จล่ะก็ จากนั้นก็จะให้ทองพันชั่ง แก่คนที่มาเขียนบทถัดไป! Paimon: แต่ว่าการแต่งโคลงน่ะยาก มากเลย ไม่ได้ทำเงินง่าย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ Paimon: ไม่เพียงแต่สัมผัสต้องลงตัว เท่านั้น แต่ทำนองและความหมายต้อง ไพเราะอีกด้วย... นักเดินทาง: อืม... ไหนลองยกตัวอย่างซิ? Paimon: อืม... "น้ำมาปลากินมด" นักเดินทาง: ...อืม "น้ำลดมดหายไปไหน" Paimon: โอ้วว! Paimon: อย่ามัวแต่นั่งอยู่นี่เลย รีบไปกันเถอะ ๆ ไปหาเงินกัน!
เกี่ยวกับ "อย่าเล่นของกินและเงิน"...
Paimon: มีคำเตือนสติคำหนึ่งจาก ท่านราชาแห่งหินที่สืบทอด ต่อกันมาในท่าเรือ Liyue ซึ่งมันมีความหมายว่า "อย่าเล่นกับเงิน" Paimon: เพราะว่า "Mora" ในยุคแรกเริ่มนั้นเกิดขึ้นจาก ความเชื่อใจของท่านที่ มีต่อมวลมนุษย์ จากนั้นจึงได้สละร่างกาย ส่วนนึงที่เป็นทอง เพื่อหลอมมันขึ้นมา นักเดินทาง: ดูเหมือน Kaeya จะชอบเล่นกับเงินตลอดเวลาเลยนะ... Paimon: เพราะงั้นห้ามเลียนแบบ เขาเด็ดขาด นักเดินทาง: ฉันจำได้ว่ามีใครเตือน ไม่ให้เล่นกับอาหารด้วยนะ Paimon: ช่ายยย ต้องให้ความเคารพอาหารที่กินเข้าไป Paimon: ...ธะ เธอจ้องฉันแบบนั้นทำไม?
เกี่ยวกับความฝันที่แตกสลาย...
Paimon: เดินตามเข็มนาฬิกา 7 รอบ จากนั้นเดินทวนเข็มนาฬิกา อีก 7 รอบ แล้วก็ลืมตาขึ้น... นักเดินทาง: นี่เธอฝันอยู่งั้นเหรอ? Paimon: ใช่ซะที่ไหนกันล่ะ! ฉันก็แค่อยากจะลองดูว่า ร้านขายของเก่าที่อยู่ใน "ความฝันที่แตกสลาย" นั่นจะมีจริงมั้ยต่างหากล่ะ! นักเดินทาง: บางทีร้านขายของเก่า ในเรื่องเล่านั่นอาจจะ มีจริงก็ได้ Paimon อยากจะซื้อสมบัติชิ้นไหน งั้นเหรอ? Paimon: เครื่องให้กำเนิด Slime! นักเดินทาง: จะมีของแบบนั้นจริง ๆ เหรอ...
เกี่ยวกับสำนัก Guhua...
นักเดินทาง: เมื่อเร็ว ๆ นี้ฉันได้ยินเรื่องเล่า จากศิษย์ของสำนัก Guhua Paimon: สำนัก Guhua งั้นเหรอ น่าจะเป็นเรื่องราวที่ กล้าหาญมากเลยสินะ นักเดินทาง: มีลูกศิษย์ผู้ชายจำนวนนึง อยากจะสะสางเรื่องส่วนตัว ของตนกับศิษย์น้องผู้หญิง ด้วยการประลองยุทธ์ Paimon: ที่ Liyue รู้สึกจะเรียกว่า "ประลองยุทธ์วุ่นรัก" สินะ ฉันก็เคยฟัง! นักเดินทาง: แต่คืนก่อนหน้าที่ การประลองจะเริ่มขึ้น ศิษย์น้องผู้หญิงคนนั้น ก็ขโมยดาบที่ศิษย์พี่ใหญ่ เชี่ยวชาญที่สุดไป Paimon: ศิษย์พี่ใหญ่คนนั้นโชคร้าย จังเลย... ผู้หญิงคนนั้นต้องการให้เขา แพ้งั้นสินะ... นักเดินทาง: ใช่แล้ว แล้วจากนั้นศิษย์พี่ใหญ่ ก็ใช้ดาบที่ตนไม่ถนัด แบบสุด ๆ แล้วก็พ่ายแพ้แบบหมดท่า นักเดินทาง: เขารับไม่ได้จริง ๆ กับจุดจบแบบนี้ ก้มลงเอากำปั้นทุบดิน และร้องไห้ฟูมฟาย Paimon: น่าสงสารจังเลย... เขาคงจะรักผู้หญิงคนนั้น มากเลยสินะ? นักเดินทาง: ในที่สุดเขาก็ต้องแต่งงานกับ ศิษย์น้องผู้หญิงคนนั้น... อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Paimon: ห๊ะ ที่แท้คนแพ้ต้องโดนจับ แต่งงานเรอะ!?
เกี่ยวกับ Dihua Marsh...
Paimon: เธอรู้มั้ย? ใบกกของ Dihua Marsh น่ะ เป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ทำ กระดาษอยู่บ่อย ๆ Paimon: ใช้ความแข็งของก้านมาทำ เป็นปากกา ใช้ส่วนที่กลวงมาทำเป็นขลุ่ย ที่ Liyue น่ะฮิตกันมากเลยนะ Paimon: เมื่อหลายพันปีก่อนมีผู้กล้า และนักดาบมากมาย พวกเขามักจะเลือกสถานที่นี้ เป็นที่ตัดสินการประลอง Paimon: ยิ่งมีต้นกกมากก็ยิ่งดูสวยงาม แต่บางจุดที่ขึ้นดกมาก ๆ บางครั้งน้ำก็จะลึกมาก ๆ เช่นกัน... Paimon: เพราะงั้นเหล่าผู้กล้าที่ แข็งแกร่ง... ก็พลาดท่าจมน้ำตายไป เยอะเหมือนกัน นักเดินทาง: เธอเรียนรู้อะไรจาก เรื่องนี้บ้าง? Paimon: ห้ามมีเรื่อง!
เกี่ยวกับ "นกสุภาพบุรุษ"...
Paimon: ว่ากันว่าที่ Liyue เรียกนกกระเรียนว่า "นกสุภาพบุรุษ" นักเดินทาง: ทำไมอ่ะ? Paimon: อืม... ก็ ก็ไม่รู้เหมือนกัน นักเดินทาง: งั้น ฉันจะเล่าเรื่อง "เซียนกระเรียนผู้แสนกตัญญู" ให้เธอฟังละกัน นักเดินทาง: กาลครั้งหนึ่ง มีนักปราชญ์ผู้แสนใจดี ได้ช่วยนกกระเรียนที่ติดกับดัก ตัวหนึ่งเอาไว้ นักเดินทาง: หลังจากนั้นมา ในคืนหนึ่งที่แสนหนาวเหน็บ ก็มีหญิงงามคนหนึ่งมาขอที่พัก นักเดินทาง: หญิงงามคนนั้นแบก ดาบเล่มนึงที่หนักมาก ไว้กลางหลัง จากนั้นเธอก็ถ่ายทอดวิชาดาบ ให้แก่นักปราชญ์ และกระตุ้นให้เขาฝึกฝน ทั้งกลางวันและกลางคืน Paimon: เอ๋? นักเดินทาง: หลังจากที่นักปราชญ์สำเร็จ วิชาดาบ ก็ร่วมออกเดินทางกับผู้หญิง คนนั้นไปทั่วทุกที่เพื่อ แสดงความกล้า และเรียกร้องความยุติธรรม นักเดินทาง: สิบปีต่อมา ในที่สุดเซียนกระเรียน ก็ได้แปลงกายเป็นเจ้าชาย เพื่อมาตอบแทนบุญคุณ แต่สองผู้กล้านั้นได้หายไป อยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้... นักเดินทาง: นี่ก็คือเรื่องราวของ "เซียนกระเรียนผู้แสน กตัญญูแต่สิบปีไม่มีใครคอย หรอกนะ" ยังไงล่ะ Paimon: เอ่อคือ...?
เกี่ยวกับ Jueyun Karst...
นักเดินทาง: ว่ากันว่า Jueyun Karst เป็นสถานที่อยู่อาศัยของ เหล่าเซียน Paimon: ว้าววว ที่อยู่ของเซียน! นักเดินทาง: ไม่แน่อาจจะได้เจอกับ พวกเซียนบนยอดเขาสูง นั่นก็ได้นะ Paimon: ว้าวววว ได้เจอกับเซียน! นักเดินทาง: ว่าแต่... ปกติพวกเซียนนี่เค้าพูดคุย กันยังไงนะ? Paimon: ว้าวววว พูดคุยยังไงกันนะ! นักเดินทาง: อื๋อ? อาหารฉุกเฉินชิ้นนี้ น่าจะใกล้เสียละมั้ง สงสัยต้องรีบกินซะแล้ว... Paimon: แค่ก แค่ก ๆ อืม... ถ้าตะโกนบนยอดเขาล่ะก็ แบบนั้นน่าจะพอพูดคุย กันได้นะ นักเดินทาง: เทียบกับพวกเซียนแล้ว ดูท่าแบบนั้นจะเหมือน กับพวก Hilichurl มากกว่านะ...
เกี่ยวกับเทพแห่ง "พันธสัญญา"...
นักเดินทาง: คิดไม่ถึงเลยนะว่า เทพแห่งหินจะเซ็น "สัญญา" ไว้กับเทพน้ำแข็ง นักเดินทาง: เนื้อหาสัญญาจะเป็น ยังไงกันแน่นะ... Paimon: Paimon คิดว่าไม่ว่า จะเป็นใครก็ไม่ปลอดภัย ทั้งนั้นแหละ ถ้าต้องติดต่อค้าขายกับ "เทพน้ำแข็งน่ะ"! นักเดินทาง: ก็จริงล่ะนะ... นักเดินทาง: แต่เนื่องจาก Morax เป็นผู้ที่เข้าใจสาระสำคัญ ของ "สัญญา" มากที่สุดในบรรดาเทพ ทั้งหมด... นักเดินทาง: เขาก็น่าจะคิดอย่างรอบคอบ ก่อนแล้วล่ะนะ Paimon: อืม... ดูเหมือนว่า Morax เองก็จะมีความมั่นใจมาก ถึงขนาดเรียกมันว่า "สัญญาที่ยุติสัญญาทั้งหมด"... นักเดินทาง: สุดท้ายแล้วพวกเราเอง ก็จะได้เห็นความจริง... และจุดจบอย่างแน่นอน
เกี่ยวกับการชี้นำแห่งเทพของ Liyue...
Paimon: จะว่าไปแล้ว ถึงแม้ท่านลอร์ดแห่งหิน จะชอบแอบออกไปเที่ยว แบบลับ ๆ แต่ปีนึงก็ลงมาแบบเป็น ทางการแค่ครั้งเดียวเองนี่นะ Paimon: กับเทพตนอื่นน่ะไม่มีอย่างนี้ หรอกนะ ไม่รู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่กันแน่? นักเดินทาง: ฉันว่าฉันพอจะเดาออกนะ... นักเดินทาง: ดูสิ ตอนนี้คำพยากรณ์พวกนั้น ที่ลงมาแต่ละปีก็ส่งผลกระทบ ต่อจิตใจของชาว Liyue ตั้งขนาดนั้น นักเดินทาง: พวกเขาเอาแต่ยึดติดกับ คำพยากรณ์ แล้วก็พยายามวิเคราะห์ "ความนัย" ของถ้อยคำพวกนั้นอย่าง ไม่สิ้นสุด... นักเดินทาง: ถ้าเกิดมีคำพยากรณ์ แบบนั้นออกมาทุกวันล่ะก็ คิดว่า Liyue จะกลายเป็นแบบไหนกันล่ะ? Paimon: อ๋อ! Paimon: ฉันเข้าใจแล้ว ถ้าเป็นฉันล่ะก็ ทุก ๆ วันฉันคงจะรวบรวมขนมที่ ท่านลอร์ดแห่งหินเคยเอ่ย ปากชมเพื่อถวายให้แก่ท่าน! Paimon: ถ้าเกิดสามารถรับ Mora ได้จากท่าน Morax โดยตรงล่ะก็ แล้วยังจะมีใครยอมไป ทำธุรกิจกันอีกล่ะ! นักเดินทาง: แม้ตัวอย่างจะออกนอกลู่ นอกทางไปหน่อย แต่... มันก็ประมาณนั้นแหละนะ
เกี่ยวกับ กลุ่มนักผจญภัยของ Benny...
Paimon: ถ้าอยากจะเข้าร่วมการสำรวจ ดันเจี้ยนกับ "กลุ่มนักผจญภัยของ Benny" ล่ะก็ ต้องเตรียมตัวดี ๆ นะ Paimon: ดันเจี้ยนน่ะเป็นสถานที่ ที่อันตรายมาก ก่อนออกเดินทางจะต้องตรวจสอบ ของและอุปกรณ์ให้ดี ๆ ก่อน จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด Paimon: ฉันได้ยินว่าในบรรดา ดันเจี้ยนเหล่านั้น ถ้านับเฉพาะแค่พวกกิลด์นักผจญภัย ก็มีรูปแบบการเสียชีวิตตั้ง 463 วิธีเข้าไปแล้ว... Paimon: ถ้าเกิด Bennett ทำให้เธอเป็นอะไรไปล่ะก็ แม้จะไม่ตั้งใจแต่ฉันก็ไม่ยอมหรอกนะ! นักเดินทาง: ...ทำไมถึงมีแต่ฉันที่เสี่ยงล่ะ... Paimon: อืม... จากการคำนวณแล้ว เนื่องจากฉันบินได้ เพราะงั้นเลยสามารถหลีกเลี่ยงรูป แบบการเสียชีวิตไปได้ตั้ง 322 วิธีแหนะ! นักเดินทาง: อยู่ ๆ ฉันก็ไม่อยากไปสำรวจดันเจี้ยนแล้วล่ะ...
เกี่ยวกับ Bennett...
นักเดินทาง: ฉันได้ยินมาว่าคุณ Albert เป็นถึงประธานกลุ่มแฟนคลับของ Barbara เชียวนะ... นักเดินทาง: เขามักจะทำให้ตัวเองบาดเจ็บ เพื่อที่จะได้ไปหา Barbara ที่มหาวิหารอยู่บ่อย ๆ Paimon: ฉันว่ากองอัศวินน่าจะคอย จับตาดูเจ้าพวกนี้ให้ดี ๆ นะ นักเดินทาง: แต่หลังจากผ่านไปได้หนึ่งเดือน Albert ก็พบว่า... จำนวนครั้งที่เจอกับ Barbara ของเขาถูก Bennett แซงไปไกลแล้ว นักเดินทาง: ยังไงซะถ้าเป็นเรื่องของ การได้รับบาดเจ็บ Bennett ก็น่าจะกินขาดล่ะนะ... Paimon: นี่มันอะไรกัน การแข่งขัน "สร้างเรื่องกลุ้มใจ" ให้ Barbara เรอะ!
เกี่ยวกับไอดอล...
Paimon: Barbara น่ะป๊อปมากเลยนะ นักเดินทาง: ก็เป็นถึงไอดอลคนดังของ Mondstadt นี่นา Paimon: จะว่าไปฉันยังไม่ค่อยเข้าใจ เท่าไหร่เลย... "ไอดอล" นี่มันคืออะไรอ่ะ? นักเดินทาง: เป็นอาชีพอย่างนึง มีหน้าที่ทำตัวน่ารักและ รับความรักจากทุก ๆ คน ทำเงินได้ดีทีเดียวเลยล่ะ Paimon: เหมือนพวกตัวมาสคอต ไรงี้เหรอ นักเดินทาง: เอ่อ... ก็จะว่าอย่างนั้นก็ได้มั้ง...
เกี่ยวกับความสัมพันธ์พี่สาวน้องสาว...
นักเดินทาง: Lisa กับ Amber นี่ให้ อารมณ์เหมือนเป็น พี่สาวน้องสาวกันเลยเนอะ Paimon: เอ๋ เพราะอะไรเหรอ? นักเดินทาง: ก็ Amber มักจะถูก Lisa ใช้ให้วิ่งไปทำนู่นทำนี่ อยู่บ่อย ๆ ใช่มั้ยล่ะ เห็นอยู่บ่อย ๆ นี่ เวลาพี่สาวขี้เกียจแล้วใช้ ให้น้องสาว ไปวิ่งวุ่นเพื่อทำธุระแทนน่ะ... นักเดินทาง: แต่ฉันกับน้องสาวน่ะอายุ ใกล้ ๆ กัน เพราะงั้นเลยมักจะใช้วิธี เป่ายิ้งฉุบในการตัดสินน่ะ Paimon: ว้าวว ถ้าอย่างนั้นเธอก็เป็น น้องชายฉันน่ะสิ! นักเดินทาง: ทำไมอ่ะ? Paimon: ก็ฉัน "บิน" ได้นี่นา เพราะงั้นก็เหลือแต่เธอแล้ว ที่ต้องไป "วิ่ง" น่ะ! นักเดินทาง: หา?
เกี่ยวกับผ้าปิดตาของ Kaeya...
นักเดินทาง: Paimon เธอเคยเห็น Kaeya ตอนไม่ใส่ผ้าปิดตาบ้างมั้ย? Paimon: ไม่อ่ะ นักเดินทาง: จะว่าไปแล้ว ดูเหมือนว่า Kaeya จะไม่เคยถอดผ้าปิดตาออกเลย นะ... Paimon: เหอะ ๆ Paimon ผู้หลักแหลมรู้แล้วว่า เพราะอะไร! นักเดินทาง: หืม? Paimon: จะต้องเก็บซ่อนความลับ สุดยอดอะไรไว้แน่นอน! นักเดินทาง: ความลับสุดยอดงั้นเหรอ? Paimon: ลองคิดดูสิ งานของ Kaeya น่ะ จะต้องออกไปข้างนอก อยู่บ่อย ๆ ใช่มั้ยล่ะ Paimon: เพราะงั้นขอบตาฝั่งที่อยู่ ใต้ผ้าปิดตาน่ะ จะต้องขาวกว่าบริเวณรอบ ๆ แน่เลย นักเดินทาง: งั้นถ้าเกิดถอดผ้าปิดตาออก... Paimon: จะต้องถูกล้อแน่นอน! แล้วก็ถูกตั้งฉายาแปลก ๆ ให้ด้วย! Paimon: อย่างเช่น... "เหมียวหน้าลาย"! นักเดินทาง: อืม ขนาดเขายังไม่ได้ถอดผ้าปิดตา แต่ก็ได้ฉายาไปเรียบร้อย แล้วนะเนี่ย...
เกี่ยวกับ Diluc และ Kaeya...
Paimon: แปลกจัง... นักเดินทาง: ทำไมเหรอ? Paimon: Diluc กับ Kaeya มีลักษณะคล้ายกัน ขนาดนั้นแท้ ๆ แต่ทำไมถึงเข้ากันไม่ได้ กันนะ? นักเดินทาง: คล้ายกันตรงไหนเหรอ? Paimon: Kaeya เป็นคนประเภทที่... ใช้วิธีสกปรกต่อหน้าผู้คน อย่างเปิดเผย Paimon: Diluc เป็นคนประเภทที่... ทำสิ่งที่มีเกียรติอย่างลับ ๆ Paimon: คล้ายกันมากเลยใช่มั้ยล่ะ? นักเดินทาง: ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคล้าย กันตรงไหน
เกี่ยวกับหน่วยวัดกำลังรบ...
นักเดินทาง: ถ้าเกิด Hilichurl 1 ตัว สามารถจัดการกับหมูป่าได้ 3 ตัว ล่ะก็... นักเดินทาง: หัวหน้ากอง Jean กับนายท่าน Diluc จะเทียบเท่ากับ Hilichurl ทั้งหมดกี่ตัว? Paimon: ถ้าเธอได้สัมผัสกับความ สามารถของทุกคนใน Mondstadt แล้ว ก็น่าจะบอกได้ว่า คนที่เจ๋งที่สุดก็คือ หัวหน้ากอง Jean นักเดินทาง: ฉันว่าถ้านายท่าน Diluc ออกโรงล่ะก็ หัวหน้ากอง Jean น่าจะสู้ไม่ได้นะ Paimon: ฉันว่าสู้ได้ นักเดินทาง: ไม่ได้ Paimon: ท่าไม้ตายของหัวหน้ากอง Jean น่ะสุดยอดมากเลยนะ นักเดินทาง: แต่ในทางกลับกัน "พื้นที่" นั่นจะทำให้นายท่าน Diluc แข็งแกร่งขึ้น Paimon: หัวหน้ากอง Jean น่ะไม่จำเป็นต้องใช้ "วิชั่น" กับนายท่าน Diluc เลยด้วยซ้ำ นักเดินทาง: แค่นายท่าน Diluc ใช้ "ดาบใหญ่" นั่นก็... Paimon: เฮ้อ... นักเดินทาง: อืม... นักเดินทาง: พวกเรานี่ไร้สาระจังเลยนะ นักเดินทาง: พวกเขาต่างก็ต่อสู้เพื่อ Mondstadt จะไปมีโอกาสสู้กันได้ ยังไงกันล่ะ Paimon: เพราะงั้นฉันคิดว่าถ้าต้องใช้ Hilichurl เป็นหน่วยวัดกำลังรบล่ะก็ Paimon: บอกไว้ก่อนเลยนะว่า Paimon ได้แค่ 1 ใน 5 ของหมูป่าเท่านั้นแหละ
เกี่ยวกับ Razor...
Paimon: นักเดินทาง เธอรู้จักพู่กันมั้ย? นักเดินทาง: พู่กันที่ทำมาจากขนของสัตว์ ที่เอามาเขียนหนังสือได้ น่ะเหรอ? Paimon: อืม ใช่แล้ว! ว่ากันว่าพู่กันดี ๆ น่ะ พ่อค้าที่ Liyue สามารถขายได้ราคาสูง ทีเดียวเลยล่ะ! นักเดินทาง: Paimon เลยอยากทำพู่กันบ้างเหรอ? Paimon: อื้ม! แต่หมาป่าที่อยู่ในป่าน่ะ ดุร้ายจะตายไป เราไปเอาขนของ Razor มาทำเป็นพู่กันกันดีกว่า! Paimon: ขนของ Razor นุ่มมาก ต้องทำพู่กันขนหมาป่า ที่ดีได้แน่นอน! แล้วพวกเราก็จะทำเงินก้อนโต ได้ไงล่ะ! นักเดินทาง: แต่ขนแบบนั้นถ้าเอามาทำ พู่กันล่ะก็ต้องมีไฟฟ้าติดมา ด้วยแน่เลยคงใช้ไม่ได้หรอก นักเดินทาง: อีกอย่าง Razor ไม่ใช่หมาป่าซะหน่อย และพู่กันขนหมาป่าก็ไม่ได้ทำ มาจากขนหมาป่าด้วย... Paimon: อ่าว...งั้นทำไมถึงเรียกว่าพู่กันขนหมาป่าล่ะ! นักเดินทาง: ก็ดูอย่าง Cider Lake สิในนั้นก็ไม่มีเหล้าผลไม้ ซะหน่อย Paimon: อ่า...ฟังดูมีเหตุผลนะ!
เกี่ยวกับ Klee...
Paimon: Klee เป็นเด็กที่น่าสนใจมากคนนึง Paimon: ทุกคนในกองอัศวินชอบ เธอสุด ๆ มันไม่ได้เวอร์เลยสักนิดถ้า จะบอกว่าเธอเป็นคนโปรด นักเดินทาง: Paimon กับ Klee... ใครแข็งแกร่งกว่างั้นเหรอ? นักเดินทาง: อ๊ะ จริงสิ Paimon ไม่ใช่ตัวมาสคอต Paimon เป็น... Paimon: ฮึ แค่อ้าปากฉันก็รู้แล้วว่าเธอ จะพูดอะไร ถึงจะล้อเล่นแต่พูดบ่อย ขนาดนี้ก็ไม่ตลกแล้วนะ
เกี่ยวกับเรื่องเล่า สาวใช้มหัศจรรย์...
Paimon: ได้เวลาแบ่งปันภูมิปัญญา ในชีวิต ประจำวันกันแล้ว! นักเดินทาง: ภูมิปัญญาในชีวิตประจำวัน? Paimon: ที่ Mondstadt น่ะถ้ามีของที่ซ่อมยังไง ก็ซ่อมไม่ได้ หรือของที่ล้างยังไงก็ ไม่สะอาดสักที... Paimon: ถ้าเจอเรื่องแบบนี้แล้ว แก้ปัญหาไม่ได้ด้วยตัวเอง ก็สามารถตะโกนขึ้นไปที่ ท้องฟ้าว่า: Paimon: "No—el—le!" Paimon: ปัญหาต่าง ๆ ที่กวนใจก็จะถูกแก้ไขได้อย่าง รวดเร็วเลยล่ะ นักเดินทาง: นี่ก็คือภูมิปัญญาใน ชีวิตประจำวันของชาว Mondstadt รึ? เจ๋งมาก เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้เยอะแยะเลย...
เกี่ยวกับ Fischl...
Paimon: Fischl ให้ความรู้สึกที่ไม่ เหมือนกันเลย นักเดินทาง: อย่างเช่นอะไรบ้างเหรอ? Paimon: ก็อย่างเช่น ออกเดินทางไปพร้อมกับ เรเวนที่พูดได้ตัวหนึ่ง นักเดินทาง: เอ่ งั้นก็ไม่ต่างกับที่ ฉันออกเดินทางกับ Paimon น่ะสิ นักเดินทาง: Oz น่ะยังเป็นล่ามให้ Fischl ได้ แต่ Paimon ล่ะก็...อืม... Paimon: ว่าไงนะ?! Paimon เก่งกว่าเรเวนนั่นตั้งเยอะ! นักเดินทาง: เช่นอะไรบ้าง? Paimon: เอ่อ...อืม...เอ่...ก็เช่น Paimon ไม่ต้องใช้ปีกก็สามารถบิน ได้ไงล่ะ!
เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง...
นักเดินทาง: พูดถึง Fischl เธอก็เรียกตัวเองว่า "แขกที่มาจากโลกอื่น"... นักเดินทาง: เหมือนกับฉันเลยแถม ยังมีสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งด้วย Paimon: สัตว์เลี้ยง? ไม่ใช่นะ ๆ นักเดินทาง: แต่ Oz เรเวนของเธอน่ะ...ทั้งดูเท่ และก็พูดจาสุภาพ นักเดินทาง: ที่สำคัญคือทั้งสืบข่าวได้ และยังต่อสู้ได้ด้วย ช่วยได้มากเลย นักเดินทาง: ว่าจะปรึกษากับ Fischl ดูว่าบางทีลองมาสลับกันดู ก็น่าสนใจดีนะว่ามั้ย? สักอาทิตย์สองอาทิตย์ อะไรแบบนี้ Paimon: ไม่ถามความเห็น Paimon ก่อนเลยเหรอ?!
เกี่ยวกับ Beidou...
Paimon: ทำยังไงถึงจะเป็นคนที่มีพลัง ในการสั่งแล้วก็เท่ได้แบบ นายหญิง Beidou นะ! นักเดินทาง: ต้องมีประสบการณ์ที่มากพอ ไงล่ะ... Paimon: Paimon ออกเดินทางกับเธอมา จนถึงตอนนี้ก็เห็นสิ่งต่าง ๆ มานักต่อนักแล้ว! นักเดินทาง: ต้องผ่านอุปสรรคที่ยากลำบาก ด้วย... Paimon: Paimon เคยเกือบจมน้ำป๋อมแป๋ม ด้วยนะ... นักเดินทาง: ต้องมีจิตใจอันห้าวหาญที่ สามารถปลุกใจคนอื่นได้ ด้วย... Paimon: อื้ม! Paimon ก็สนับสนุนเธอมาตลอดนี่ไง นักเดินทาง: ต้องมีมุมมองในการมอง ปัญหาแบบผู้ใหญ่ด้วย... Paimon: นี่! จะบอกว่า Paimon ไม่มีทางเป็นได้ใช่มั้ยล่ะ?
เกี่ยวกับ Ningguang...
Paimon: ทำยังไงถึงจะเป็นคนที่มีเงินเยอะ ๆ แบบท่านหญิง Ningguang นะ! นักเดินทาง: ความประทับใจที่เธอมีต่อ Ningguang มีแค่เรื่องเงินน่ะเหรอ... Paimon: ยังมี Jade Chamber สุดยิ่งใหญ่ด้วย! แต่นั่นก็สร้างขึ้นมาด้วย Mora นี่นา นักเดินทาง: งั้นก็ต้องมีสมองที่ ฉลาดหลักแหลม... Paimon: Paimon ถนัดเรื่องการตั้งฉายา ให้คนอื่นมาก ๆ เลยล่ะ นักเดินทาง: ต้องรู้จักกฎการดำเนิน กิจการของตลาดเป็นอย่าง ดีด้วย... Paimon: Fisherman's Toast ที่นึงขาย 1025 Mora ต่อให้เป็นวันที่ฝนตกก็ไม่ ลดราคา นักเดินทาง: ต้องมีทักษะที่เหนือกว่า คนอื่น... Paimon: ...ทำยังไงถึงจะได้ เป็นเพื่อนกับคนรวยสักคน ล่ะเนี่ย? นักเดินทาง: นี่ถอดใจซะแล้วเหรอ?!
เกี่ยวกับเรื่องที่ Qiqi เป็นซอมบี้...
Paimon: Qiqi...ต้องดูดเลือดรึเปล่า? นักเดินทาง: นั่นไม่ใช่ซอมบี้ นั่นมันแวมไพร์ต่างหาก Paimon: งั้นจู่ ๆ แขนเธอจะตกลงมามั้ย? นักเดินทาง: นั่นไม่ใช่ซอมบี้นะ นั่นมันผีกินศพ Paimon: สมแล้วที่เป็นนักเดินทาง รอบรู้ไปซะทุกเรื่องเลย! Paimon: หมายความว่า ซอมบี้สามารถทำเรื่องอะไรที่พิเศษ ๆ ได้ด้วยเหรอ? นักเดินทาง: ออกกำลังกาย? Paimon: เธอพูดมีเหตุผล! เพราะฉะนั้นใครที่ ออกกำลังกายได้ ก็คือซอมบี้ สินะ!
เกี่ยวกับการโบยบิน...
Paimon: นักเดินทาง มาฝึกบินกับ Paimon สิ! Paimon: เอาล่ะนะ สาม สอง หนึ่ง! นักเดินทาง: อ่า ไปซะแล้ว นักเดินทาง: ช่างเถอะ เหนื่อยมากแล้ว นั่งพักที่นี่ก่อนก็แล้วกัน... นักเดินทาง: ใจของฉันน่ะบินไปกับเธอ แล้วล่ะ...อืม...
เกี่ยวกับ Slime...
Paimon: นักเดินทาง เธอชอบกิน Slime แบบไหนมากที่สุดเหรอ? นักเดินทาง: Pyro Slime ล่ะมั้ง แค่อยู่ใกล้ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงไอร้อน หน้าหนาวต้องกินอะไร แบบนี้แหละ Paimon: ประยุกต์ใช้ได้จริง ไม่เสียแรงที่เป็นนักเดินทาง นักเดินทาง: แล้ว Paimon ล่ะ? Paimon: ฉันชอบหมดทุกแบบเลย! อร่อยหมดเลยล่ะ! นักเดินทาง: อร่อย... Paimon: เอา Slime มาคั้นจนมันหนึบหนับ เด้งดึ๋ง ๆ และกลายเป็น "เครื่องดื่มสูตรพิเศษของ Paimon" ไงล่ะ! นักเดินทาง: เอิ่ม โอเค... นักเดินทาง: ถ้างั้นก็เอาชื่อ Paimon น้อยใส่ไว้ตอนท้าย ๆ ของรายการอาหารฉุกเฉินดีกว่า Paimon: ฉันไม่อยากจะอยู่บน รายชื่อนั้นซะหน่อย!
เกี่ยวกับ Hilichurl...
นักเดินทาง: เราทำกับ Hilichurl เกินไปหน่อยรึเปล่า? Paimon: จริง ๆ แล้ว...บางครั้งเราก็เหมือนเด็ก ๆ ที่เวลาเจอรังผึ้งก็จะต้องแหย่ ซะหน่อยน่ะแหละ นักเดินทาง: อืม..แค่ "แหย่ซะหน่อย" แค่นั้นเหรอ?
เกี่ยวกับ "เผ่า Sleeper"...
นักเดินทาง: "เผ่า Sleeper"...ชื่อเผ่าของ Hilichurl นี่ช่างแปลกซะจริง Paimon: Hilichurl เผ่า Sleeper จะคว้าทุก ๆ โอกาสที่สามารถนอนได้ Paimon: ว่ากันว่าเตียงที่ปูด้วย หนังสัตว์ของพวกเขานั้น นุ่มมาก เธออยากลองมั้ย? นักเดินทาง: Paimon ไม่ลองเองล่ะ? Paimon: ฉันสามารถหลับได้ขณะที่ ลอยอยู่ อากาศคือเตียงที่นุ่มสบาย ที่สุดน่ะ อิอิอิ อิจฉามะ? นักเดินทาง: ...ก็นิดนึง
เกี่ยวกับ "เผ่า Meaty"...
นักเดินทาง: "เผ่า Meaty"...ชื่อเผ่าของ Hilichurl นี่ช่างแปลกซะจริง Paimon: Hilichurl เผ่า Meaty จะกำหนดวันเพื่อทำพิธีบูชา พิธีของพวกเขายิ่งใหญ่มาก เลยนะ นักเดินทาง: พวกเขาบูชาเพื่อขอ อะไรเหรอ? Paimon: "ขอให้มีเนื้อกินทุกวัน!" เป็นพรที่เจ๋งไปเลยว่ามั้ย? นักเดินทาง: ...เป็นคำตอบเหมือนที่ ฉันคิดไว้ไม่มีผิด
เกี่ยวกับ "เผ่า Eclipse"...
นักเดินทาง: "เผ่า Eclipse"...Hilichurl มีชื่อเผ่าที่ฟังดู ปกติแบบนี้กะเค้าด้วย เหรอเนี่ย Paimon: Hilichurl เผ่า Eclipse ดูลึกลับจัง Paimon: Hilichurl เผ่านี้ต่างสามารถวาดรูป ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าสัญลักษณ์ Eclipse ได้ Paimon: แต่ว่ากันว่ามีแต่พวก Samachurl ชั้นสูงเท่านั้นที่รู้ความหมายแฝง ของสัญลักษณ์ Eclipse นี้... นักเดินทาง: ดวงอาทิตย์...สีดำ... Paimon: หืม? เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ? นักเดินทาง: อ่า ฉันจะถามว่าค่ำนี้ เธออยากกินซุปเนื้ออะไรน่ะ Paimon: ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนมาพูดเรื่องนี้ล่ะ เธอคือ Hilichurl เผ่า Meaty รึไง...ฉันเอาเนื้อหมูป่าละกัน! ขอบคุณนะ!
เกี่ยวกับสมบัติ...
Paimon: Paimon...รู้สึกไม่ค่อยสบายเลย... นักเดินทาง: เป็นอะไรเหรอ? Paimon: ไม่ได้เปิดหีบสมบัติมา นานมากแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป...เป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็... นักเดินทาง: ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็ เธอคงถูกกับดักล่าสัตว์ ที่มีโมราวางอยู่ 1 เหรียญจับเข้าให้สักวัน Paimon: เน้...Paimon บินได้นะ ไม่ติดกับแบบนั้นหรอก
เกี่ยวกับการอ้วน...
Paimon: อื้อหือ ช่วงนี้ได้กินของอร่อย ๆ ระหว่างทางเยอะแยะเลยเนอะ Paimon: ขอแค่ได้กินของอร่อย ความเหนื่อยล้าจาก การเดินทางก็หายเป็น ปลิดทิ้งเลยล่ะ! นักเดินทาง: อืม...ถ้าอ้วนขึ้นแล้ว Paimon จะบินขึ้นเหรอ? Paimon: เหอะ ๆ ไม่มีทางหรอก! ฉันเป็นประเภทที่กินยังไง ก็ไม่อ้วนน่ะ! นักเดินทาง: อืม... Paimon: เพราะฉะนั้นฉันยังกินได้ อีกเยอะเลย! นักเดินทาง: กินไปก็ไม่อ้วน งั้นถ้ามองในมุมของอาหาร ฉุกเฉินแล้ว ก็ถือว่าไม่ได้มาตรฐานน่ะสิ? Paimon: เน้...หรือเธอยังมี อาหารฉุกเฉินอย่างอื่น ที่เหมาะสมกว่างั้นเหรอ?
เกี่ยวกับกลุ่มรักแมวและกลุ่มรักสุนัข...
Paimon: น้องเหมียวกับน้องหมา เธอชอบอันไหนมากกว่ากัน? นักเดินทาง: ฉันชอบ Paimon มากกว่า! Paimon: โอ้โห หลอกกันรึเปล่าเนี่ย... Paimon: เอ่ ไม่สิ Paimon ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะ!
เกี่ยวกับเสียงจากทะเล...
Paimon: ว่ากันว่าถ้าเอาหูแนบกับ Starconch แล้วจะได้ยินเสียงกระซิบ จากทะเลด้วยนะ! นักเดินทาง: Paimon อยากลองดูมั้ย? Paimon: ไม่ล่ะ! ฉันเพิ่งฟังเมื่อตะกี้นี้เอง! นักเดินทาง: โอ๊ะ? แล้วทะเลกระซิบว่า ยังไงบ้าง? Paimon: ทะเลบอกว่า ตอนนี้ถึงเวลากินแล้ว... รีบไปกันเถอะ ฉันอยากกิน Fisherman's Toast!
เกี่ยวกับเป่ายิ้งฉุบ...
Paimon: อยากกินของอร่อย ๆ ตอนนี้เลย! แต่ก็ไม่อยากวิ่งไปซื้ออ่ะ... นักเดินทาง: หรือจะเป่ายิ้งฉุบ ตัดสินว่าใครต้องเป็นคนไป ซื้อดีมั้ย? Paimon: เอาสิ ๆ! นักเดินทาง: งั้นก็ ยันยิงเยาปั๊กกะเป่ายิ้งฉุบ... Paimon: ...Paimon ซุปเปอร์ทอร์นาโด! นักเดินทาง: ...เอ๊ะ?
เกี่ยวกับวิธีผ่อนคลาย...
Paimon: ช่วงนี้เหนื่อยจังเลย พอจะมีวิธีผ่อนคลายแนะนำ บ้างมั้ย? นักเดินทาง: นอนไง? Paimon: นอนน่ะน่าเบื่อจะตาย เปลี่ยน ๆ นักเดินทาง: อ่านหนังสือ? Paimon: อ่านแล้วเวียนหัวอ่ะ เปลี่ยน ๆ นักเดินทาง: คุยกับเพื่อนสนิท? Paimon: ...เอ่อ Paimon: แต่นี่เรากำลังพูดถึงเรื่อง ที่ต้องใช้ความคิดกันอยู่นะ Paimon: ถ้าไม่ใช้ความคิด ก็จะผ่อนคลายกว่านะ นักเดินทาง: "ตรรกวิทยาของ Paimon" ปรัชญาในประวัติศาสตร์ของ Teyvat จะเป็นที่พูดถึงก็ตอนนี้แหละ
เกี่ยวกับความแตกต่างของอาหารการกิน...
นักเดินทาง: อาหารของ Liyue ต่างจาก Mondstadt มาก นักเดินทาง: เช่นผัดผักที่มีรสชาติเผ็ด นี่แทบจะหาไม่ได้เลยใน Mondstadt Paimon: นี่คงเหมือนกับที่คนมักจะ พูดกันว่า "โตมาในสภาพแวดล้อม แบบไหนก็จะเป็นคนแบบนั้น" ล่ะนะ! Paimon: อืม...แต่ทำไม Slime ของ Teyvat ถึงมีรสชาติเหมือนกัน หมดล่ะ? นักเดินทาง: นั่นเพราะเธอรู้วิธีเอามันมา ทำอาหารแค่อย่างเดียวน่ะสิ...
เกี่ยวกับการซ่อนเงิน...
Paimon: ในกระเป๋าของ "Weasel Thief" ซ่อน Mora ไว้เยอะแยะจริง ๆ ด้วย! นักเดินทาง: อืม สัตว์เล็กอย่าง Weasel น่ะชอบเก็บสะสมของวิบวับ ๆ โดยธรรมชาติอยู่แล้วล่ะ Paimon: ได้ยินว่าที่มาของ Weasel Thief นั้นเกี่ยวข้องกับกองโจร ล่าสมบัติด้วยล่ะ... Paimon: จริงสิ อีกาก็เป็นสัตว์ที่ชอบ เก็บสะสมของวิบวับ ๆ แบบนี้เหมือนกันนะ Paimon: ไม่รู้ว่า Oz จะซ่อน Mora สักกล่องไว้ที่ด้านหลังของ Fischl ด้วยรึเปล่านะ นักเดินทาง: ถ้าพูดแบบนี้งั้น Paimon ก็... นักเดินทาง: ไม่รู้ว่า Paimon... Paimon: เฮ้ อย่าเข้ามานะ ฉันไม่ได้ซ่อนเงินไว้ใน พื้นรองเท้าหรอกนะ!
เกี่ยวกับเรื่องราวการผจญภัย...
นักเดินทาง: Paimon เคยอ่าน "ความเศร้าโศกของ Vera" มาก่อนมั้ย? Paimon: ฟังดูคุ้น ๆ นะ! นักเดินทาง: หนังสือชุดนั้นมีชื่อเสียงมากเลยนะ เห็นเขาว่าคนแต่งได้เงิน ไปไม่น้อยเลยล่ะ... Paimon: เฮ้อ Paimon เองก็อยากหา Mora ได้เยอะ ๆ เหมือนกัน Paimon: อื้ม... ตัดสินใจได้ละ! Paimon จะเขียนเรื่องราวการ ผจญภัยเหมือนกัน! นักเดินทาง: เรื่องราวการผจญภัยของ Paimon? Paimon: ใช่แล้ว! เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้กล้า ที่ปราบมังกร และช่วยกอบกู้โลก... Paimon: จากนั้นก็นั่งกิน Sticky Honey Roast กับเพื่อนของเธอ 10 จาน! นักเดินทาง: 10 จาน? Paimon: อ่าฮะ! ตอนจบต้องแฮปปี้หน่อย คนอ่านจะได้ชอบไงล่ะ! Paimon: งั้นก็เอาตามนี้นะ! ตั้งชื่อหนังสือว่า "ความสุขของ Paimon!" นักเดินทาง: ฮะ?
เกี่ยวกับฝันร้าย...
Paimon: นักเดินทาง เธอเคยฝันร้ายแบบสุด ๆ มั้ย? นักเดินทาง: เอิ่ม ฉันเคยฝันว่าตกลงไปใน ความมืดที่ไม่สิ้นสุด... นักเดินทาง: ไม่ได้ใส่เครื่องร่อนเวหาด้วย Paimon: กรี๊ด... นักเดินทาง: ฉันเคยฝันเห็นน้องสาว ของฉันเดินจากฉันไปแบบ ไม่หันหลังมามอง ในขณะที่ฉันวิ่งตามเธอยังไง ก็วิ่งไม่ทัน นักเดินทาง: ...เธอบอกว่าฉัน "มาช้าไป" Paimon: โธ่... Paimon: นั่นเป็นฝันที่ไม่เหมือนของ Paimon เลย Paimon: ฝันร้ายที่น่ากลัวที่สุดของ Paimon คือโดน slime ตัวยักษ์กิน
เกี่ยวกับ "Seelie"...
นักเดินทาง: Seelie ที่ตามล่าหาสมบัติพวกนั้น มาจากไหนกันนะ? Paimon: อาจจะโผล่มาจากพื้นดินหรือ ไม่ก็หล่นลงมาจากต้นไม้? Paimon: ถึงแม้จะไม่รู้ที่มา แต่ที่ไหนมี Seelie ที่นั่นต้องมีของดี! นักเดินทาง: แต่...ทำไมเวลาพวกเขา สัมผัสสมบัติแล้วมักจะมี บรรยากาศเศร้าหมอง บางอย่างล่ะ? Paimon: ฮืม? นักเดินทาง: ไม่มีอะไร ฉันอาจจะรู้สึกไปเองน่ะ Paimon: เอ่อ... ถ้าเธอไม่อยากได้สมบัติก็ เอามาให้ Paimon เก็บให้ก็ได้นะ ฟรี ๆ ไม่คิดกะตัง!
เกี่ยวกับคนที่ประทับใจมากที่สุด...
Paimon: การเดินทางในช่วงนี้มี คนไหนที่ทำให้เธอประทับใจ ที่สุดบ้างมั้ย? Paimon: สำหรับฉันน่าจะเป็น Sara นักเดินทาง: Timmie Paimon: เอ๋! ทำไมล่ะ? นักเดินทาง: ช่วงนี้ทุกครั้งที่กิน Sweet Madame จะนึกถึงหน้าเขาตลอดเลย... แม้แต่เนื้อก็ไม่อร่อยไปเลย
เกี่ยวกับภาษา...
Paimon: เธอเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ไวมากเลย Paimon: แม้ในเวลาสั้น ๆ แบบนี้ก็สามารถเข้าใจภาษาของ Teyvat ได้ นักเดินทาง: เป็นเพราะ Paimon สอนได้ดีไงล่ะ Paimon: อิอิอิ... นักเดินทาง: ไม่แน่นะ อีกหน่อยความสามารถ ในการตั้งฉายา... อาจจะดีขึ้นด้วยก็ได้
เกี่ยวกับสายพันธุ์ของ Paimon...
นักเดินทาง: มอนสเตอร์แบบไหนที่ทำให้ เธอประทับใจที่สุด? Paimon: มอนสเตอร์เหรอ...อืม...Ruin Guard มั้ง? นักเดินทาง: Ruin Guard นับเป็นมอนสเตอร์ด้วยเหรอ? น่าจะเป็นพวกกลไก มากกว่านะ... Paimon: ฉันว่าพวกที่สร้างความ เดือดร้อนให้คนอื่นจนต้อง ถูกกำจัดพวกนั้นก็ถือเป็น มอนสเตอร์น่ะแหละ? Paimon: ก็เหมือนเจ้าพวกที่เราโค่นได้ เวลาออกล่านั่นก็นับเป็น มอนสเตอร์นะ นักเดินทาง: อย่างนี้นี่เอง...ถ้าพูดอย่างนี้ล่ะก็ งั้นฉันก็สามารถจัดประเภทของ Paimon ได้แล้วล่ะ Paimon: เอ๊ะ? คืออะไรเหรอ? นักเดินทาง: Paimon ถือเป็นพวกที่สามารถตกได้...เพราะฉะนั้นก็คือ "ปลา" ไงล่ะ Paimon: ฮืม?
เกี่ยวกับวิธีการเก็บอาวุธ...
Paimon: นี่ เธอช่วยแสดงอันนั้น ให้ดูอีกทีได้มั้ย? อันนั้นน่ะ! นักเดินทาง: อันไหนล่ะ? Paimon: ก็...ที่พอเอาอาวุธหวดลงไป ที่พื้นแล้วมันก็หายไป แล้วจู่ ๆ ก็มาโผล่ที่ด้านหลังน่ะ! นักเดินทาง: อันนั้นเหรอ...เธอน่าจะ เคยเห็นหลายครั้งแล้วสินะ? Paimon: แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจหลักการ อยู่ดี เธอช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ย? นักเดินทาง: งั้นเธอช่วยอธิบายมาก่อนว่า ทำไมจู่ ๆ ถึงมาปรากฏตัวต่อหน้าฉัน แล้วทำไมบางครั้งจู่ ๆ ก็หายตัวไปซะงั้นล่ะ? Paimon: เอ่อ...นี่...เป็นความสามารถ ตั้งแต่เกิดของ Paimon น่ะ ไม่รู้จะอธิบายยังไง เหมือนกัน... นักเดินทาง: อื้ม จริง ๆ แล้วเทคนิคในการเก็บอาวุธ ก็ใช้หลักการเดียวกัน นักเดินทาง: นี่ก็คือบทพิสูจน์ของ มิตรภาพสินะ
เกี่ยวกับขุมทรัพย์...
Paimon: นักเดินทาง เธอคิดยังไงกับหีบสมบัติแบบนี้? นักเดินทาง: ฉันเชื่อว่า... น่าจะเป็นร่องรอยที่นักเดินสุด ยิ่งใหญ่ในอดีตได้ทิ้งเอาไว้ นักเดินทาง: ทุกครั้งที่ฉันเปิดหีบแล้ว มองดูสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น ก็สามารถรับรู้ความรู้สึกของ คนในอดีตได้... Paimon: ประสบการณ์การผจญภัย เพิ่มขึ้นแล้วล่ะ!
เกี่ยวกับดวงตา...
Paimon: มองตาฉันสิ นักเดินทาง: ทำไมเหรอ? Paimon: Kaeya บอกว่าดวงตานั้นเป็นเหมือน หน้าต่างของหัวใจที่สามารถ สื่อความรู้สึกได้ Paimon: แค่เขามองตาก็รู้แล้วว่า สิ่งที่คน ๆ นั้นพูดเป็นความจริงรึเปล่า นักเดินทาง: อืม... Paimon: ฉันชอบ Fisherman's Toast! นักเดินทาง: นี่เป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว เพราะขอแค่เป็นของกินเธอ ก็ชอบทั้งนั้น Paimon: อิอิ นักเดินทาง: พูดถึงคนที่เจอคราวก่อน ที่ดวงตาเต็มไปด้วยประกาย ของความกระตือรือร้น Paimon: ใครเหรอ? นักเดินทาง: Ruin Guard ไง เห็นแล้วอยากจะจิ้มตา เข้าให้...
เกี่ยวกับการเลียนแบบคนอื่น...
Paimon: เฮ้อ...เบื่อจัง... เซ็งจะแย่แล้ว... นักเดินทาง: อยู่ว่าง ๆ ไปก็เสียเปล่า เรามาเลียนแบบคนของ กองอัศวินกันเอามั้ย? Paimon: เอ่...? จะไม่เสียมารยาทเหรอ? นักเดินทาง: ฮ่าฮ่า ไม่เลวนี่ แม้แต่คุณสมบัติของอัศวินอย่าง "ความสุภาพและนอบน้อมถ่อมตน" ก็รู้กับเค้าด้วย Paimon: เฮ้...นี่เริ่มแล้วงั้นเหรอ!
เกี่ยวกับความโชคดีในการจับรางวัล...
Paimon: จ๊อกกกกก นักเดินทาง: ฮืม? เสียงนกพิราบแถวนี้เหรอ? Paimon: ไม่ใช่หรอก เสียงท้องฉันร้องเองแหละ Paimon: อืม...ฉันอยากจะหา นักเดินทางสักคนมาช่วยทำ Sticky Honey Roast ให้ฉันสักที่หนึ่งน่ะ Paimon: ว่าแต่นักเดินทางคนไหน จะเป็นผู้โชคดีกันนะ?
เกี่ยวกับคำสั่งล่าวิชั่น...
Paimon: ถ้าจะพูดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นใน Inazuma ไม่นานมานี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องคำสั่งล่าวิชั่นสินะ Paimon: แต่เธอไม่มีวิชั่น เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะถูกยึดไปหรอกน่า Paimon: แต่ในทางกลับกัน ถ้าถูกสำนัก Tenryou จับไปล่ะก็ นักเดินทาง เองก็จะมอบวิชั่นให้พวกเขา เพื่อแลกกับชีวิตของเธอไม่ได้เหมือนกัน... นักเดินทาง: ฉันบอกพวกเขาว่า Paimon ก็คือวิชั่นของฉันก็ได้นี่ Paimon:Paimon นี่เป็นไอเทมสารพัดประโยชน์จริง ๆ... เฮ้ ไม่ใช่ซะหน่อย! นักเดินทาง: วางใจเถอะน่า ฉันไม่ให้พวกเขาจับ Paimon ไปหรอก Paimon: แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย นักเดินทาง: แบบนี้ Paimon จะได้อยู่ในคุกเป็นเพื่อนฉัน แล้วเราจะได้โดนประหารด้วยกันไงล่ะ... Paimon: เอ่อ... ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ เธอจับฉันมอบตัวดีกว่า Paimon: ...เดี๋ยวก่อนนะ เราอย่าโดนจับตั้งแต่แรกจะดีกว่ามั้ย?
เกี่ยวกับกองทัพต่อต้าน...
Paimon: มีแต่คนที่มีเจตจำนงแห่งการต่อต้านเท่านั้น ถึงจะเข้าร่วมกองทัพต่อต้านได้! Paimon: จะว่าไป Paimon ก็มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมกองทัพต่อต้านเหมือนกันนะ! นักเดินทาง: Paimon มีเจตจำนงแห่งการต่อต้านด้วยเหรอ? Paimon: ฉันต่อต้านการกดขี่ของโชคชะตาสุดใจเลยนะ! นักเดินทาง: งั้น Paimon คงเข้าร่วมกองทัพต่อต้านไม่ได้หรอก Paimon: ทำไมล่ะ? เพราะสิ่งที่เราต่อต้านไม่เหมือนกันงั้นเหรอ? นักเดินทาง: เพราะการต่อต้านของ Paimon มันเปล่าประโยชน์มาตลอดไงล่ะ... Paimon: ฮือฮือ มันจะมากไปแล้วนะ!
เกี่ยวกับปืนใหญ่ Kamuijima...
Paimon: ปืนใหญ่ Kamuijamo, ปืนใหญ่ Kamuijama, ปืนใหญ่ Kamuijima อ๊ากกก...ทำไมชื่อมันเรียกยากอย่างนี้นะ นักเดินทาง: Paimon พูดอะไรน่ะ? Paimon: เจ้านี่ไงล่ะ อาวุธสุดทรงพลังที่กองทัพแห่งโชกุนสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้อง Tatarasuna Paimon: ปืนใหญ่ Kamuijima! นักเดินทาง: มันดูทรงพลังมากเลยนะ... แต่ตอนที่เราอยู่ที่ Tatarasuna ก็ไม่เห็นมันถูกใช้งานเลยนะ Paimon: ได้ยินว่าแม้แต่กองทัพต่อต้านก็รู้ดีถึงอานุภาพของมัน เพราะงั้นพวกเขาถึงได้เข้ายึดครองที่นั่นอย่างลับ ๆ ก่อนจะเริ่มสงครามอย่างเป็นทางการ Paimon: แต่ว่าเจ้าปืนใหญ่...Kamuijima นี้ ต้องใช้กระสุนชนิดพิเศษหรือธาตุไฟฟ้าถึงจะใช้งานมันได้ แล้วฝ่ายต่อต้านก็ใช้งานมันไม่ได้ด้วย Paimon: กองทัพแห่งโชกุนทุ่มเทกำลังและเวลาเพื่อสร้างอาวุธนี้ขึ้นมา Paimon อยากเห็นจริง ๆ ว่ามันจะร้ายแรงแค่ไหนกันนะ... นักเดินทาง: ธาตุไฟฟ้าน่ะ ฉันก็พอมีอยู่บ้างนะ Paimon: จริงด้วยสิ! แต่ดูเหมือนแถวนี้จะไม่มีกระสุนปืนใหญ่ที่ใช้งานได้น่ะสิ... Paimon: หืม? เธอจ้องฉันทำไม? เฮ้!!!
เกี่ยวกับ Taroumaru...
Paimon: รู้มั้ย ตอนที่เราไปถึงโรงน้ำชา Komore ครั้งแรก Paimon นึกว่า Taroumaru จะพูดได้ซะอีก นักเดินทาง: Paimon ดูผิดหวังนะ Paimon: ก็ใช่น่ะสิ ถ้า Taroumaru พูดได้จริง ๆ ล่ะก็ จะต้องพูดเรื่องที่น่าทึ่งออกมาแน่ ๆ! นักเดินทาง: เช่นเรื่องอะไร? Paimon: อย่างเช่น... "Thoma เลิกมาซ่อนอยู่ที่นี่ได้แล้ว นายขวางทางฉันอยู่นะ โฮ่ง!" นักเดินทาง: อ่า ฟังดูมีเหตุผล Paimon: ยกตัวอย่างอีกอันนะ... "Kozue สัญญาระหว่างเราจะอยู่ไปชั่วฟ้าดินสลาย อย่าหวังว่าชีวิตนี้จะหนีจากมันได้ โฮ่งโฮ่ง!" นักเดินทาง: เรื่องที่ Kozue บอกว่าเขาถูกสัญญาลึกลับผูกมัดให้ทำงานที่ร้านเนี่ย Paimon คงจะไม่ได้เชื่ออย่างงั้นจริง ๆ ใช่มั้ย... Paimon: อ๋อ อ๋อ! ยังมีอีกนะ ฉันนึกออกแล้ว อันนี้ไม่เลวเลย—— Paimon: "ดูคุณลูกค้าที่ชื่อ Paimon คนนี้สิ ทั้งเฉลียวฉลาดและน่ารัก สำหรับอาหารวันนี้ให้กินฟรีเลยละกัน โฮ่ง!" นักเดินทาง: พูดเองเออเองทั้งนั้น Paimon: ฮี่ฮี่...
เกี่ยวกับ Gorou...
Paimon: เฮ้อ... นักเดินทาง: Paimon กลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่เหรอ? Paimon: นักเดินทาง จำหูที่มีขนฟู ๆ ของ Gorou ได้มั้ย? Paimon: Paimon ก็อยากมีบ้าง หรือมีเขาที่น่ารักเหมือนของ Ganyu ก็ไม่เลวเหมือนกัน Paimon: นักเดินทาง เธอมีวิธีดี ๆ บ้างรึเปล่า? นักเดินทาง: ขอฉันหาแป๊บนึงนะ... อ๊ะ เจอแล้ว Paimon: จริงเหรอ? นักเดินทาง เธอนี่พึ่งพาได้จริง ๆ เลย! นักเดินทาง: ทะด๊าาา~ Tusk of Monoceros Caeli ไงล่ะ! Paimon: ฉันไม่ได้อยากได้อันนี้ซะหน่อย! Paimon: อืม พอมาคิดดูอีกที Gorou ไม่ได้มีแต่หูขนฟู ๆ เขายังมีหางอีกนะ... นักเดินทาง: ทะด๊าาา เอา Tail of Boreas ไปเลย! Paimon: บอกแล้วไงว่าไม่เอาน่ะ! อีกอย่าง เอาสองอย่างนี้มารวมกันคงจะออกมาพิลึกจะตาย!
เกี่ยวกับสำนักพิมพ์วรรณกรรม...
Paimon: Inazuma มีสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์นิยายโดยเฉพาะอย่างสำนักพิมพ์ Yae ด้วยล่ะ! Paimon: แถมพวกเขายังจัดการประกวดด้วยนะ สุดยอดไปเลย! นักเดินทาง: งั้น Paimon ก็เอานิยายเรื่อง "ความสุขของ Paimon!" ที่ Paimon บอกว่าจะเขียน เอาไปส่งเข้าประกวดสิ Paimon: เอ่อ เรื่องนั้น... ตอนที่เรามาถึง Inazuma ฉันเผลอทำมันหายไปแล้ว... นักเดินทาง: ...จริงเหรอ? (จ้อง——) Paimon: ก็ได้ ๆ ยอมรับก็ได้ Paimon ยังไม่ได้ลงมือเขียนเลย Paimon: แต่จะโทษ Paimon ก็ไม่ได้นะ จริง ๆ แล้ว Paimon ตั้งใจจะเขียนหลายครั้งแล้ว แต่สามวันก่อนปากกาของ Paimon มันหัก เมื่อวานซืน Paimon มือเป็นตะคริว เมื่อวาน Paimon ก็ข้อเท้าเคล็ด วันนี้ Paimon ก็... เอ่อ... Paimon หิวแล้ว! นักเดินทาง: บางทีนิยายเรื่อง "ข้ออ้างหมื่นแสนประการของ Paimon" อาจจะเสร็จเร็วกว่า "ความสุขของ Paimon!" ก็ได้นะ
เกี่ยวกับ Kaedehara Kazuha...
Paimon: Kazuha เป็นคนที่รักอิสระมากเลยเนอะ นักเดินทาง: นั่นสิ เหมือนเขาจะชอบไปไหนมาไหนคนเดียวตลอดเลย Paimon: ได้ท่องโลกตามลำพัง แล้วยังได้ยินเสียงของทุกสิ่งในธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวเขาด้วย ฟังดูไม่เลวเลยนะ... Paimon: นักเดินทาง เธอคงไม่ได้คิดที่จะแอบออกไปผจญภัยคนเดียวแล้วไม่ชวน Paimon หรอกใช่มั้ย? นักเดินทาง: จะทำอย่างงั้นได้ยังไงล่ะ ฉันจะอยู่กับ Paimon ตลอดไปเลย Paimon: เยี่ยมไปเลย งั้น... ฮิฮิ นี่ให้เธอนะ... นักเดินทาง: "บิลค่าอาหารของเดือนนี้"... ทั้งหมด 300,000 Mora!? Paimon: เฮ้ นักเดินทาง เธอจะไปไหนน่ะ? นักเดินทาง: จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่า การได้ท่องโลกตามลำพังมันฟังดูไม่เลวเลย Paimon: ไม่เอาน้าาา! รอ Paimon ด้วย!
เกี่ยวกับ Kamisato Ayaka...
Paimon: หืม... หืม... นักเดินทาง: ทำไมวันนี้ Paimon ดูซีเรียสจังเลย Paimon: เพราะ Paimon กำลังคิดเรื่องซีเรียสอยู่ไงล่ะ Paimon: เมื่อก่อน Paimon เคยอิจฉาชีวิตของคนในตระกูลที่มีชื่อเสียงมากเลย มี Mora ที่ใช้ไม่มีวันหมด แล้วก็มีอาหารอร่อยกองเป็นภูเขาเลย... นักเดินทาง: อา... มีแต่ของที่เธอชอบทั้งนั้น Paimon: แต่พอได้รู้จัก Ayaka แล้ว Paimon ถึงได้รู้ว่าชีวิตของคุณหนูจากตระกูลใหญ่เองก็ลำบากเหมือนกันนะ Paimon: ต้องแบกรับหน้าที่และความรับผิดชอบของตระกูล ต้องพยายามทำงานให้เสร็จ ถึงจะได้มีเวลาว่างเป็นของตัวเองบ้าง Paimon: ปกติ Ayaka ต้องทำงานหนักมากเลย เธอน่าจะหาเวลาพักผ่อนบ้าง... Paimon: จริงด้วย! เราชวน Ayaka ไปงานเทศกาลครั้งหน้าด้วยกันดีมั้ย? Paimon: ถ้าเป็นพวกเราชวนล่ะก็ Ayaka คงไม่ปฏิเสธหรอกมั้ง? ฮิฮิ นักเดินทาง: เอาสิ ฉันก็อยากไปงานเทศกาลกับ Ayaka อีกสักครั้งเหมือนกัน Paimon: อีกอย่าง ถ้าอยู่กับ Ayaka ล่ะก็... ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับทริปของเรา... นักเดินทาง: ...นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของเธอสินะ...
เกี่ยวกับการเลียนแบบ Ayaka...
Paimon: ไม่ว่า Ayaka จะทำอะไร เธอก็ดูสูงส่งและสง่างามตลอดเลยเนอะ นักเดินทาง: จู่ ๆ ฉันก็อยากเห็น Paimon เลียนแบบ Ayaka ขึ้นมา Paimon: อ่า เดี๋ยวฉันลองดู Paimon: "โอ้ ที่แท้เธอตั้งใจเก็บเห็ดมาเพื่อทำ Chicken-Mushroom Skewer ให้ฉันงั้นเหรอ?" Paimon: "น่ารักจังเลย" นักเดินทาง: ไม่เห็นจะเหมือน Ayaka ตรงไหนเลย แต่ฉันว่า... นักเดินทาง: ถึงแบบนี้จะไม่เหมือน แต่กลับรู้สึกว่ามันดูเหมาะกับ Paimon ดีเหมือนกันนะ...
เกี่ยวกับประเพณีของเทศกาล...
Paimon: จะว่าไปแล้ว ในงานเทศกาลของ Inazuma ทุกคนทำตามธรรมเนียมที่ต้องสวมหน้าการกันหมดเลยเนอะ Paimon: แต่ Paimon หาดูตามแผงลอยจนทั่วแล้ว ก็ยังไม่เจอหน้ากากที่ขนาดพอดีกับหน้า Paimon เลย... นักเดินทาง: Paimon อยากมีหน้ากากเป็นของตัวเองมากเลยเหรอ? Paimon: ก็ใช่น่ะสิ! Paimon รู้สึกว่าถ้าไม่ใส่หน้ากาก ก็จะไม่ได้บรรยากาศของงานเทศกาล เหมือนกับไม่ได้รับช่อดอกไม้ในช่วงเทศกาล Windblume ยังไงล่ะ... นักเดินทาง: งั้นฉันทำให้เธอสักอันละกัน Paimon: ว้าว! นักเดินทาง เธอเนี่ยเป็นคนดีที่สุดเลย! นักเดินทาง: อืม หน้ากากแบบไหนถึงจะเหมาะกับเธอกันนะ... เอารูป Slime ที่ Paimon ชอบที่สุดดีมั้ย? Paimon: เย้! Slime Paimon!
เกี่ยวกับ Yoimiya...
Paimon: เธอว่า การที่พ่อของ Yoimiya ได้ยินเสียงไม่ค่อยชัดเจน มันจะเกี่ยวกับดอกไม้ไฟรึเปล่านะ? Paimon: เพราะว่าต้องผลิตแล้วก็ทดลองจุดดอกไม้ไฟทั้งปี ต้องอยู่แต่กับเสียงระเบิดของดินปืนทุกวัน มันต้องทำให้การได้ยินของเขาแย่ลงแน่ ๆ... Paimon: อ๊า! แล้วตอนนี้ Yoimiya มาสืบทอดกิจการของครอบครัว สุดท้ายเธอจะกลายเป็นเหมือนพ่อของเธอรึเปล่านะ ใครจะพูดอะไรก็ฟังไม่ชัด... Paimon: ปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด! รีบคิดหาวิธีหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเร็วเข้า! นักเดินทาง: Paimon มีไอเดียดี ๆ มั้ย? Paimon: เอ่อ... อืม... Paimon: ถ้า Paimon บินไปอยู่หลัง Yoimiya แล้วคอยเอามือปิดหูเธอไว้ล่ะ? นักเดินทาง: งั้น Paimon ก็อยู่กับฉันไม่ได้น่ะสิ Paimon: ...ถ้าไม่มี Paimon นำทางให้ เธอต้องหลงทิศชัวร์ Paimon ไม่ทิ้งเธอไว้คนเดียวหรอกน่า! Paimon: แต่ว่า Yoimiya... จะทำยังไงดีล่ะ... นักเดินทาง: จริง ๆ แล้ว แค่ใส่ที่อุดหูไว้ตอนทำดอกไม้ไฟก็น่าจะได้แล้วมั้ง Paimon: จริงด้วย! ยังมีวิธีนี้อยู่นี่นา! เธอนี่หัวแหลมไม่เบาเลยนะ! นักเดินทาง: เฮ้อ... ได้เห็น Paimon กลุ้มใจขนาดนี้ ฉันกลับรู้สึกดีแฮะ Paimon: เอ๋? ที่จริงเธอคิดวิธีแก้ปัญหาได้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่ยอมบอก Paimon งั้นเหรอ! Paimon: ทำไมถึงทำแบบนี้! เจ้าคนนิสัยไม่ดี!
เกี่ยวกับเรื่องกลุ้มใจของ Sayu...
Paimon: ดูเหมือน Sayu น้อยจะมีเรื่องกลุ้มใจอยู่นะ Paimon: Paimon ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ นักเดินทาง: น่าจะเป็นเรื่องกลุ้มใจในการเติบโตล่ะมั้ง Paimon: เอ่อ Paimon ไม่ค่อยเข้าใจที่เธอพูดเลย Paimon: เพราะ Paimon ไม่มีเรื่องกลุ้มใจอะไรเลย นักเดินทาง: อืม... นักเดินทาง: แย่แล้ว! ในกระเป๋ามี Mora เหลืออยู่แต่นิดเดียวเอง ต่อไปเราต้องอยู่กันแบบขัดสนหน่อยนะ Paimon: หา? ไม่เอานะ—— นักเดินทาง: ตอนนี้มีเรื่องกลุ้มใจแล้วล่ะสิ? Paimon: ทำไมต้องแกล้งกันอย่างงี้ด้วยล่ะ...
เกี่ยวกับ Onikabuto...
Paimon: โว้ว เจ้าพวกแมลง Onikabuto นี่ดูน่ากลัวชะมัดเลย ดูลายที่หลังของมันสิ! นักเดินทาง: เธอหมายถึงลวดลายที่ดูเหมือนปีศาจชั่วร้ายนั่นน่ะเหรอ? นั่นเป็นเพราะว่าพวกมันไม่ชอบการต่อสู้ไงล่ะ เลยต้องใช้ลวดลายแบบนี้มาขู่ให้คนกลัว Paimon: หัวใสกันสุด ๆ เลย เราก็เรียนรู้จากมันบ้างสิ! Paimon: เราลองยืมหน้ากากของ Xiao มาใส่ดูมั้ย? ถ้าพวก Hilichurl เห็นเข้า ต้องกลัวจนตัวสั่นแน่นอน นักเดินทาง: เอ่อ... ฉันว่า Xiao คงไม่ยอมให้หรอกมั้ง... Paimon: ก็จริง... งั้นเราขอให้ Sayu ไปขโมยให้เราดีมั้ย?! Paimon: เธอมีวิชานินจาที่ทำให้เธอหายตัวได้ใช่มั้ย? เธอต้องขโมยได้สำเร็จแน่! แผนนี้เยี่ยมไปเลยเนอะ! Paimon: อืม... แต่ถ้ากลัว Xiao กลับมาคิดบัญชีย้อนหลังล่ะก็ งั้นไปขโมยของ Childe ก็ได้! ยังไงเธอก็ซัดหมอนั่นได้อยู่แล้ว นักเดินทาง: ไปขโมยของแบบนี้ไม่ดีมั้ง อีกอย่างถ้า Sayu ไม่ร่วมมือกับเราล่ะ? Paimon: งะ งั้นเราไปหา... ไปหา Albedo กัน! Paimon: ถ้า Albedo คิดค้นน้ำยาโพชั่นที่ช่วยให้ Sayu สูงขึ้นได้ Sayu ต้องช่วยเราแน่นอน! นักเดินทาง: แล้วต้องทำยังไง Albedo ถึงจะยอมช่วยเราล่ะ? Paimon: แง๊! สมองของ Paimon จะระเบิดแล้วนะ เราไปซื้อเอาที่งานเทศกาลก็ได้
เกี่ยวกับ Naku Weed...
Paimon: เธอรู้มั้ย? ถึงแม้ Naku Weed จะมีส่วนที่มีโครงสร้างเหมือนดอกไม้ แต่จริง ๆ แล้วมันคือใบไม้ต่างหาก Paimon: แม้แต่ใบไม้ที่ไม่โดดเด่นสะดุดตายังพยายามจะเติบโต เพื่อคอยปกป้องดอกไม้ที่แสนบอบบาง... Paimon: ฮี่ฮี่ ก็เหมือนกับ Paimon ที่คอยปกป้องนักเดินทางยังไงล่ะ นักเดินทาง: แต่ฉันจำได้ว่าใบของ Naku Weed กินไม่ได้นี่นา Paimon: ใช่แล้ว ๆ... เดี๋ยวนะ? เธอพยายามจะสื่ออะไรกันแน่?
เกี่ยวกับ Naku Weed และพายุ...
Paimon: เธอรู้มั้ย? ว่าผู้คนใน Inazuma จะใช้การสั่นสะเทือนของ Naku Weed ในการพยากรณ์พายุฝน Paimon: เป็นเพราะ Naku Weed มักจะเติบโตในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานไฟฟ้า เลยมีความสามารถในตรวจจับสายฟ้าได้ตามธรรมชาติ นักเดินทาง:งั้นก็แสดงว่า Naku Weed ก็เหมือน Paimon น่ะสิ Paimon: เอ๋? เหมือนตรงไหนเหรอ? นักเดินทาง: เพราะ Paimon ชอบอยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยอาหารอันโอชะ และไวต่อการตรวจจับอาหารอร่อย ๆ ยังไงล่ะ! Paimon: ฮี่ฮี่ ก็จริงแหละ! นักเดินทาง: งั้น Paimon จะเปิดใช้เรดาร์ล่ะนะ... Paimon: ตู๊ด ตู๊ด ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด เพื่อของอร่อย ลุยเลย!
เกี่ยวกับ Sakura Bloom...
Paimon: Sakura Bloom ที่ปลิวลงมาจากต้น Sacred Sakura นี่สวยจังเลยน้าา Paimon: ได้ยินมาว่า ที่กลีบดอกไม้พวกนั้นสามารถลอยอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน ก็เพราะพลังงานของธาตุไฟฟ้า นักเดินทาง: งั้นที่ Paimon ลอยอยู่ในอากาศได้ ก็เพราะเหตุผลนี้น่ะเหรอ? Paimon: อ่า...นั่นก็...เพราะว่า... นักเดินทาง: หรือ Paimon ก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงบินได้? Paimon: ที่ Paimon บินได้ ก็เป็นเพราะ...พลังงานที่ลึกลับยังไงล่ะ! นักเดินทาง: เข้าใจแล้ว เธอไม่รู้อะไรเลยสินะ นักเดินทาง: ในเมื่อเป็นอย่างงี้ เราไปให้ Albedo ช่วยค้นคว้าให้ก็แล้วกัน... Paimon: อย่าเชียวนะ!
เกี่ยวกับ Lavender Melon...
Paimon: Lavender Melon มีประโยชน์มาก ๆ เลย! Paimon: เนื้อก็กินได้ เปลือกก็เอาไปแปรรูปเป็นสีย้อมได้ด้วย นักเดินทาง: Paimon ก็มีประโยชน์มากเหมือนกันนะ! นักเดินทาง: ทั้งเป็นผู้นำทางให้ฉัน แถมยังตั้งฉายาแย่ ๆ ให้คนอื่นด้วย Paimon: อื้ม! ขอบคุณที่ช่วยยืนยันให้นะ! Paimon: เดี๋ยวนะ เธอคงไม่ได้เตรียมจะล้อ Paimon เล่นใช่มั้ย? Paimon: งั้น Paimon จะปิดปากเธอ ไม่ให้พูดซะเลย!
เกี่ยวกับดาบ...
Paimon: นักเดินทาง เธอสังเกตมั้ย? Paimon: ใน Inazuma น่ะ คนที่พกดาบที่เอวถือเป็นคนส่วนน้อย ทหารส่วนใหญ่จะใช้หอกกัน Paimon: ไม่แน่ว่าดาบอาจจะเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกสถานะอย่างหนึ่งก็ได้... ฉันจะพกดาบสักเล่มดีมั้ยนะ? Paimon: แต่ดาบของที่นี่ใหญ่เกินไปสำหรับ Paimon น่ะสิ... อย่างงั้นไปหาช่างตีเหล็กชื่อดังทำดาบให้สักเล่มดีกว่า! นักเดินทาง: แต่การสั่งทำดาบ ต้องใช้เงินไม่น้อยเลยนะ Paimon: หรือเธอจะบอกว่า Mora สำคัญกว่าความปรารถนาของคู่หูสุดน่ารักอีกอย่างงั้นเหรอ? นักเดินทาง: ...อันที่จริงฉันเตรียมเอาไว้ให้ Paimon แล้วล่ะ Paimon: จริงเหรอ ๆ ขอฉันดูหน่อยสิ! Paimon: เฮ้ นี่มันมีดที่เราใช้หั่นผลไม้ไม่ใช่เหรอ! นักเดินทาง: อย่างน้อยขนาดของมันก็เหมาะกับ Paimon พอดีนี่นา... นักเดินทาง: อะแฮ่ม "สิ่งสำคัญไม่ใช่คุณค่าของดาบ แต่คือจิตวิญญาณที่ใฝ่หาการต่อสู้" ต่างหาก Paimon: อย่ามาใช้คำพูดเจ๋ง ๆ ตบตากันนะ!
เกี่ยวกับน้ำพุร้อน...
Paimon: ใน Inazuma มีน้ำพุร้อนด้วย! นักเดินทาง: แต่ Inazuma ไม่มีภูเขาไฟ Paimon: อืม ว่ากันว่าที่นี่ใช้เตายักษ์ในการให้ความร้อนน่ะ! Paimon: ถ้ามีโอกาส ฉันก็อยากไปแช่น้ำพุร้อนบ้าง แต่น่าเสียดาย ดูเหมือนจะเฉพาะพวกคนใหญ่คนโตเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ นักเดินทาง: หืม... นักเดินทาง: ไปกันเถอะ เรากลับไปที่ Dadaupa Gorge ใน Mondstadt กันดีกว่า! Paimon: เอ๋? ทำไมกะทันหันแบบนี้ล่ะ! นักเดินทาง: ที่ Dadaupa Gorge น่ะ พวก Hilichurl มีหม้อใบใหญ่ที่ใช้ Flaming Flower ในการจุดไฟ ถ้าไปแช่ในนั้นก็น่าจะไม่ต่างกับแช่น้ำพุร้อนหรอกมั้ง Paimon จะได้ไปแช่... เอ่อ ในน้ำซุปไงล่ะ? Paimon: ???
เกี่ยวกับ Jugemu...
Paimon: ตามธรรมเนียมของ Inazuma พ่อแม่มักจะตั้งชื่อที่เป็นมงคลให้กับลูก นักเดินทาง: ซึ่งชื่อนั้นมักจะมาพร้อมกับความคาดหวังของทุกคน ที่อยากให้เด็กมีความเจริญรุ่งเรือง ปลอดภัยและไม่เจ็บไข้ได้ป่วย Paimon: ดังนั้นพ่อแม่จึงมักจะตั้งชื่อที่ยาวมาก ๆ ให้กับลูก พร้อมกับคำที่มีความหมายดี ๆ เต็มไปหมด นักเดินทาง: ปรากฏว่ามีอยู่วันนึง เด็กคนนี้ตกลงไปในแม่น้ำระหว่างทางกลับบ้าน เพื่อนของเธอรีบกลับไปบอกพ่อแม่ของเธอว่า "แย่แล้ว แย่แล้ว" Paimon: "เกิดอะไรขึ้นเหรอ?" นักเดินทาง: "Ozvaldo Hrafnavins กับ Prinzessin der Verurteilung Fischl von Luftschloss Narfidort มาเร็ว ๆ เข้า Centennial Genius Astrologist Mona Megistus ตกลงไปในน้ำ!!" Paimon: ...ถ้า Mona ตกน้ำ ก็ไม่เห็นต้องห่วงอะไรนี่นา นักเดินทาง: ก็ใช่น่ะสิ รอจนเพื่อนของเธอพูดชื่อที่ยาวเป็นหางว่าวนั่นเสร็จ Mona ที่ว่ายน้ำได้รวดเร็ว ก็คงยืนอยู่หน้าบ้านแล้วล่ะ
เกี่ยวกับหมู่เกาะใน Inazuma...
Paimon: วิวทิวทัศน์ของ Inazuma แตกต่างจากที่เราเคยเห็นมามาก ๆ เลย นักเดินทาง: อื้ม เป็นประเทศที่มีเกาะอยู่มากมายเลย Paimon: งั้นก่อนที่จะมีการคิดค้นเรือขึ้น ผู้คนบนเกาะต่าง ๆ ติดต่อสื่อสารกันยังไงนะ? นักเดินทาง: ตามที่พ่อของ Yoimiya บอก พวกเขาน่าจะใช้สัญญาณควันไฟในการสื่อสารกันนะ นักเดินทาง: บางที อาจจะ... Paimon: อาจจะ...? นักเดินทาง: อาจจะขอให้คนที่สามารถแช่แข็งผิวน้ำได้ ช่วยเดินทางไปมาระหว่างเกาะต่าง ๆ เพื่อช่วยส่งข่าวให้ Paimon: อุว้าวว งั้นโชคดีที่ Kaeya ไม่ได้อยู่ใน Inazuma ในตอนนั้น ไม่งั้นเขาคงจะยุ่งกว่าหัวหน้ากอง Jean ซะอีกมั้ง!
เกี่ยวกับทานูกิ...
Paimon: ทานูกิช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับมาก นักเดินทาง: ทานูกิน่ารักจริง ๆ Paimon: น่าเสียดาย ที่มันพูดภาษามนุษย์ได้ นักเดินทาง: ถ้า Paimon พูดภาษามนุษย์ไม่ได้ล่ะก็ จะดูลึกลับและสูงส่งมั้ยนะ? Paimon: นี่เธอกำลังแซวฉันอยู่ใช่มั้ย? นักเดินทาง: อ่ะหึ หึ~ หึ~ หึหึหึ~ หึหึหึหึหึหึหึ~
เกี่ยวกับทานูกิและภาพลวงตา...
Paimon: เธอรู้จักมอนสเตอร์ชนิดหนึ่งใน Inazuma ที่ชื่อว่าทานูกิมั้ย มันสามารถแปลงร่างเป็นใครก็ได้ด้วยนะ! นักเดินทาง: ฉันเคยได้ยินข่าวลือทำนองนี้มาเหมือนกัน เทคนิคการแปลงร่างสุดลึกลับ Paimon: ถ้าวันหนึ่งมันแปลงร่างเป็นฉัน เพื่อมาหลอกเธอล่ะจะทำยังไง? เฮ้อ...เป็นห่วงจัง! นักเดินทาง: ไม่ต้องห่วงเลย ฉันมั่นใจว่าสามารถแยกแยะได้! อ๋อ รู้แล้ว เธอเป็นห่วงสมบัติของฉันสินะ? Paimon: ก็ใช่น่ะสิ...เอ้ย ๆ มะ...ไม่ใช่ซะหน่อย! ฉันเป็นห่วงความปลอดภัยของ นักเดินทาง ต่างหากล่ะ! Paimon: หึ อย่ามองฉันแบบนั้นสิ...รีบคิดหาวิธีกันดีกว่า ว่าถ้าเกิดมี Paimon สองคนล่ะก็ จะรู้ได้ยังไงว่าคนไหนคือตัวจริง นักเดินทาง: ...เอะเฮะ Paimon: เอะเฮะหมายความว่ายังไงฮะ! นักเดินทาง: เห็นมั้ยล่ะ มีแค่ Paimon ตัวจริงเท่านั้นแหละที่จะตอบแบบนี้ Paimon: อ๊ะ! โดนหลอกอีกแล้ว...
เกี่ยวกับศาลเจ้าแห่งอื่น ๆ...
Paimon: ช่วงนี้เห็นศาลเจ้าเล็ก ๆ เพียบเลย รู้สึกว่าไม่น่าจะมีไว้เพื่อบูชาเทพแห่งสายฟ้านะ นักเดินทาง: น่าจะสร้างมาเพื่อเทพบางตนที่ชาวบ้านนับถือล่ะมั้ง? ชาว Inazuma เชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณอยู่ และเชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้คนได้ในช่วงเวลาคับขัน Paimon: โอ้...เพราะงั้นก็เลยสร้างศาลเจ้าให้พวกเขา แล้วก็ถวายของบูชาน่ะเหรอ นักเดินทาง: อื้ม เป็นเหมือนการขอพรแล้วก็ขอบคุณอย่างนึงน่ะ Paimon: ฉันรู้แล้ว! งั้นฉันจะไปหาคุณ Ayaka ขอให้เธอช่วยสร้างศาลเจ้าให้ฉันสักหลังนึง! Paimon: ทีนี้ก็จะได้รับของบูชาฟรี ๆ เพียบเลยไงล่ะ! Paimon: ดีใจจัง! นักเดินทาง: เอ๋? บะ...แบบนี้ก็ได้เหรอ? Paimon: ทำไมล่ะ? พวกเราก็ช่วยทุกคนมาตลอดไม่ใช่เหรอ? ที่เราทำไปน่ะ ไม่แน่ว่าอาจจะดีกว่าเทพก็ได้นะ! นักเดินทาง: ก็จริงนะ... นักเดินทาง: แต่พอคิดภาพผู้คนเอาดอกไม้และผลไม้มาวางไว้หน้าศาลเจ้าเพื่อฉันแล้ว ก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่นะ...
เกี่ยวกับฝนบนเกาะ Yashiori...
นักเดินทาง: ฝนที่ตกไม่หยุดบนเกาะ Yashiori น่ะ ว่ากันว่าเกิดจากพลังของ "Tatarigami" Paimon: "Tatarigami"? คืออะไรเหรอ? ฟังดูร้ายกาจจัง นักเดินทาง: ก็คือสิ่งที่หลงเหลือจากเทพอสูร ซึ่งก็คือเศษซากของเทพอสูรที่ยังคงมีพลังอยู่เลยไม่สูญหายไป แถมยังทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ มากมาย ก็เลยถูกเรียกว่า "Tatarigami" ยังไงล่ะ Paimon: อย่างงี้นี่เอง แต่ฝนตกก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนี่นา Paimon: รู้สึกเหมือนเทพตนนี้ร้องไห้ไม่หยุด เพราะเสียใจที่ถูกรังแกมากกว่า นักเดินทาง: ร้องไห้? เทพไม่ร้องไห้หรอกมั้ง ดูอย่าง Venti หรือ Zhongli สิ ไม่เคยเห็นพวกเขาร้องไห้เลยนะ Paimon: นั่นมันข้อยกเว้นน่ะ! ช่วยหยิกฉันทีสิ แล้วเธอจะได้เห็นเทพเจ้าร้องไห้ นักเดินทาง: หืม? เธอเป็นเทพงั้นเหรอ? Paimon: ใช่แล้ว ใช่แล้วล่ะ! นักเดินทาง: ก็ได้ งั้นฉันเดาว่าเธอคือเทพแห่งการบินสุดทึ่ม? เทพ Slime? หรือเทพเจ้าแห่งการตกปลา? Paimon: เทพบ้าเทพบออะไรกันฮะ! Paimon: ฉันคือเทพผู้คุ้มครองของ นักเดินทาง ต่างหากล่ะ!
เกี่ยวกับสำนักงานนักสืบ Bantan Sango...
นักเดินทาง:จะว่าไปใน Hanamizaka มีสำนักงานนักสืบ Bantan Sango อยู่ Paimon: ฉันจำได้ สำนักงานของ Sango กับ Ryuuji ใช่มั้ย? ทุกคนต่างพูดถึงพวกเขาไว้ดีเลยนะ นักเดินทาง:เอ่ แต่ฉันได้ยินมาว่าพวกเขามักจะเจอเรื่องแปลก ๆ บางที่ถึงขั้นห้ามไม่ให้พวกเขาเข้าไปข้างในเลยล่ะ... Paimon: ฉันรู้สึกว่าทำแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย ทั้ง ๆ ที่ Sango กับ Ryuuji ช่วยผู้คนเอาไว้ตั้งมากมาย... นักเดินทาง:งั้น Paimon จะชวนเค้าสองคนมากินข้าวด้วยมั้ยล่ะ? นักเดินทาง:จากนั้นพอกินไปได้สักครึ่งทาง จู่ ๆ ก็จะมีลูกค้าโต๊ะข้าง ๆ กรีดร้องแล้วก็ล้มลงไป... Paimon: งะ...งั้นอย่าดีกว่า จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าถ้าไปกับพวกเขาแล้วจะต้องเจอกับเรื่องอันตราย... นักเดินทาง:นั่นก็คือสิ่งที่นักสืบชื่อดังต้องแลกยังไงล่ะ
เกี่ยวกับเซียมซี...
Paimon: จริงสิ นักเดินทาง เธอเคยไปเสี่ยงเซียมซีที่ศาลเจ้ามั้ย? Paimon: ถ้าเราไปเสี่ยงเซียมซีก่อนการเดินทางครั้งต่อไป เราอาจจะได้คำชี้แนะก็ได้นะ นักเดินทาง: แล้วถ้าเราจับได้เซียมซี "โชคร้าย" หรือ "มหันตภัย" ล่ะ? มันต้องทำให้เราอารมณ์เสียแน่ ๆ... Paimon: ไม่เป็นไรหรอก มิโกะที่ศาลเจ้าบอกว่า ถ้าจับได้เซียมซีที่ไม่ดี ก็เอาไปแขวนไว้ที่ป้ายแขวนเซียมซีในศาลเจ้าก็เรียบร้อย... Paimon: เพราะงั้นแค่จับไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจับได้เซียมซี "มงคล" ไงล่ะ! ส่วนอันอื่นก็เอาไปแขวนไว้ที่ป้ายแขวนเซียมซีให้หมดเลย! นักเดินทาง: ถ้าทุกคนคิดเหมือนเธอละก็ ป้ายแขวนเซียมซีคงไม่เหลือที่ให้แขวนแล้วล่ะ...
เกี่ยวกับ Musou no Hitotachi...
Paimon: Musou no Hitotachi นี่เจ๋งไปเลย! Paimon: ไม่ว่าจะเป็นศัตรูประเภทไหน ฟันฉับเดียวก็จบเห่! นักเดินทาง: อืม... แต่ว่าถ้าเป็น Childe น่าจะต้องฟันสามครั้ง... Paimon: อ๋า จริงด้วย! Paimon: สรุปก็คือ ถ้าเธอเรียนรู้เทคนิคนั่นสำเร็จแล้วล่ะก็ การเดินทางครั้งต่อไปฉันก็ไม่ต้องห่วงเธอแล้วล่ะ! นักเดินทาง: งั้นต้องไปเรียนที่ไหนล่ะ? Paimon: งั้นต้องไปเรียนที่ไหนล่ะ? นักเดินทาง: หืม? Paimon: อย่ามองฉันอย่างงั้นสิ! ก็ได้ ๆ การเดินทางครั้งต่อไป Paimon จะดูแลเธอเองนะ...
เกี่ยวกับ Sangonomiya Kokomi...
Paimon: นักเดินทาง เธอรู้มั้ยว่า Sangonomiya Kokomi เป็นถึงผู้นำมิโกะคนปัจจุบันของเกาะ Watatsumi เชียวนะ Paimon: แล้วก็เป็นผู้บัญชาการของเกาะ Watatsumi ด้วยนะ! เธอคุมเกาะทั้งเกาะเลย Paimon: Paimon ก็อยากเป็นคนใหญ่คนโตแบบเธอบ้าง... นักเดินทาง: พอได้เป็นคนใหญ่คนโตแล้วจะทำไม? Paimon: พอได้เป็นคนใหญ่คนโตแล้วก็จะทำการพิพากษาไงล่ะ อย่างเช่น... อะแฮ่ม Paimon: ในตอนเที่ยงผู้ต้องหา นักเดินทาง กิน Tricolor Dango ไปสองลูก และแบ่งให้ Paimon ซึ่งเป็นผู้เสียหายลูกเดียว ถือเป็นการละเมิด "กฎแห่ง Paimon" ข้อ 37 ที่ระบุว่า "เท่าเทียมและยุติธรรม" อย่างร้ายแรง! นักเดินทาง: งั้นท่าน Paimon จะมีบทลงโทษยังไง? Paimon: แน่นอนว่าบทลงโทษคือ เธอต้องทำ Tricolor Dango ให้ Paimon กินเยอะกว่าเดิมไงล่ะ ฮี่ฮี่!
เกี่ยวกับความไม่ยั่งยืน...
Paimon: สงสัยจังเลยว่าโชกุนคนก่อนเป็นคนยังไงนะ นักเดินทาง: น่าจะเป็นคนที่เข้าใจในธรรมชาติของสรรพสิ่งที่เปลี่ยนแปลง และเธอสามารถยอมรับชะตากรรมที่ว่าสักวันเธอก็ต้องจากไปล่ะมั้ง Paimon: เพราะรู้ถึงคุณค่าของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เลยให้ความสำคัญกับมันมากกว่าเดิมสินะ นักเดินทาง: ความคิดแบบนี้น่าจะส่งผลต่อสุนทรียศาสตร์ของ Inazuma ด้วย สรรพสิ่งในโลกล้วนเปลี่ยนผัน ผู้คนไหลมาและไหลไปเหมือนสายน้ำ ช่วงเวลาแห่งความสนุกที่เราแบ่งปัน ความเป็นเพื่อน และอาหารอร่อยที่เราได้ลิ้มลอง — อารมณ์และประสบการณ์พวกนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่แค่แนวคิดที่ว่างเปล่า Paimon: ถึงแม้งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา แต่ถ้าช่วงเวลาแห่งความสุขมันยาวกว่านี้ก็คงจะดี นักเดินทาง: "หยาดน้ำค้างและความฝัน ภาพลวงตาและชีวิต หากมีเจ้าอยู่เคียงข้าง วันคืนเหมือนดั่งนิรันดร์" Paimon: เธอพูดอะไรน่ะ! นักเดินทาง: ความหมายคือ การได้เดินทางกับ Paimon เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ถ้าเป็นอย่างนี้ตลอดไปก็คงจะดี Paimon: เธอไม่ได้หลอกฉันใช่มั้ย ฮี่ฮี่
เกี่ยวกับมิโกะ...
AetherPaimon: ชุดของมิโกะนี่เป็นเอกลักษณ์จังเลยนะ นักเดินทาง: ว่ากันว่า Yae Miko กำลังคิดอยู่ว่าหลังจากกฎ Sakoku สิ้นสุดลงแล้ว จะทำธุรกิจแบบใหม่คือนำเอาชุดของมิโกะมาให้เช่า เพื่อลองใส่ในสถานที่ต่าง ๆ พอเอามารวมกับเทคโนโลยี "กล่องถ่ายรูป" ของ Fontaine ก็น่าจะเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ดีเชียวล่ะ Paimon: ว้าว! นักเดินทาง: คราวที่แล้วมิโกะที่ศาลเจ้า Grand Narukami ยังถามฉันอีกนะว่า พอจะรู้จักสาวสวยที่จะมาเป็นนางแบบถ่ายโฆษณามั้ย แค่ใส่ชุดมิโกะแล้วยิ้มให้กล้องก็พอ หรือให้ฉันไปถ่ายแบบเองก็ได้ แต่งหน้านิดนึงก็ใช้ได้แล้ว Paimon: เฮ้! นักเดินทาง: ตอนนั้นฉันรีบเอาไอเดียนี้ไปบอก Rosaria เลย ฉันว่าโบสถ์แห่ง Favonius สามารถเอาไอเดียนี้ไปใช้กับชุดของซิสเตอร์ได้ Paimon: เดี๋ยวก่อนนะ! นักเดินทาง: เฮ้อ น่าเสียดายที่ Rosaria รู้สึกว่ายุ่งยากไปหน่อย Paimon: ดีที่มีแต่ Rosaria นะ...
LuminePaimon: ชุดของมิโกะนี่เป็นเอกลักษณ์จังเลยนะ นักเดินทาง: ว่ากันว่า Yae Miko กำลังคิดอยู่ว่าหลังจากกฎ Sakoku สิ้นสุดลงแล้ว จะทำธุรกิจแบบใหม่คือนำเอาชุดของมิโกะมาให้เช่า เพื่อลองใส่ในสถานที่ต่าง ๆ พอเอามารวมกับเทคโนโลยี "กล่องถ่ายรูป" ของ Fontaine ก็น่าจะเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ดีเชียวล่ะ Paimon: ว้าว! นักเดินทาง: คราวที่แล้วมิโกะที่ศาลเจ้า Grand Narukami ยังถามฉันอีกนะว่า อยากไปถ่ายแบบมั้ย แค่ใส่ชุดมิโกะแล้วยิ้มให้กล้องก็พอ หรือพอจะรู้จักสาวสวยที่จะมาเป็นนางแบบถ่ายโฆษณารึเปล่า Paimon: เฮ้! นักเดินทาง: ตอนนั้นฉันรีบเอาไอเดียนี้ไปบอก Rosaria เลย ฉันว่าโบสถ์แห่ง Favonius สามารถเอาไอเดียนี้ไปใช้กับชุดของซิสเตอร์ได้ Paimon: เดี๋ยวก่อนนะ! นักเดินทาง: เฮ้อ น่าเสียดายที่ Rosaria รู้สึกว่ายุ่งยากไปหน่อย Paimon: ดีที่มีแต่ Rosaria นะ...
เกี่ยวกับจิตรกร Utamarou...
Paimon: Aoi เพิ่งเอาภาพวาดให้ Paimon ล่ะ ถึงมันจะกินไม่ได้ แต่ Paimon ก็ดีใจสุด ๆ เลย! นักเดินทาง: เจ้าของร้านขายของชำน่ะเหรอ? ขอฉันดูหน่อยสิ Paimon: นี่ ระวังด้วยนะ นี่เป็นผลงานของ Utamarou จิตรกรชื่อดังเชียวนะ ของแพงนะจะบอกให้! นักเดินทาง: Utamarou? หืม... ฉันรู้สึกว่าเคยได้ยินชื่อนี้นะ... Paimon: แหงสิ Utamarou เป็นถึงจิตรกรชื่อดัง ผลงานของเขาน่าจะมีอยู่ทั่ว Inazuma เลยล่ะ! Paimon: เธอเคยเห็นมันที่บ้านของคุณหนู Ayaka ใช่มั้ย? ภาพวาดที่ Paimon ได้มาก็ไม่เลวเหมือนกันนะ นักเดินทาง: ไม่ใช่ ฉันนึกออกแล้ว! ครั้งที่แล้วที่ Yoimiya เอามาใช้จุดไฟก็น่าจะเป็นอันนี้แหละมั้ง? Paimon: เอ๋? เอามาจุดไฟ? นักเดินทาง: Thoma ก็เคยเอามาทำที่รองขาโต๊ะด้วย... Paimon: หาาา? ที่รองขาโต๊ะ? นักเดินทาง: ถ้าจำไม่ผิดล่ะก็ Sayu เคยเอาภาพพวกนี้มากองรวมกันเป็นเบาะรองนอนด้วย Paimon: Sayu มีหลายภาพเลยเหรอ? เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด... นักเดินทาง: Utamarou ไม่ใช่จิตรกรใหญ่อะไรทั้งนั้น ภาพวาดที่มีราคาจะมีอยู่ทั่วทุกที่ได้ยังไงกันล่ะ Paimon: เฮ้——
เกี่ยวกับโรงน้ำชาและเจ้าของร้าน...
Paimon: กิจการของโรงน้ำชา Komore ไม่เลวเลยนะ แต่ละวันมีลูกค้าไม่น้อยเลย Paimon: นักเดินทาง ถ้ามีโอกาส เรามาเปิดโรงน้ำชาด้วยกันเถอะ ต้องได้กำไรเยอะแน่นอน! นักเดินทาง: อืม... ถ้าฉันได้เปิดโรงน้ำชาจริง ๆ ล่ะก็ ฉันจะให้ Paimon มาเป็นเจ้าของร้านชัวร์ Paimon: เห? เอาสิ! Paimon: ไม่นึกเลยว่าเธอจะเชื่อในความสามารถของ Paimon ขนาดนี้... Paimon จะตั้งใจทำงานสุด ๆ แล้วจะทำให้ร้านของเรากลายเป็นโรงน้ำชาที่ดีที่สุดใน Teyvat ให้ได้! นักเดินทาง: เรื่องการจัดการร้านเธอไม่ต้องยุ่งหรอก... Paimon ยังจำ Taroumaru ได้มั้ย? Paimon: จำได้สิ ๆ เขาเป็นเจ้าของโรงน้ำชาไงล่ะ ได้ยินว่าลูกค้าบางคนมาที่โรงน้ำชาเพื่อมาเล่นกับเขาโดยเฉพาะเลย นักเดินทาง: เพราะงั้นฉันเลยคิดว่า ถ้าให้ Paimon มาเป็นเจ้าของร้าน ก็น่าจะได้รับความนิยมกว่า Taroumaru แน่นอน Paimon: ฮี่ฮี่ นั่นมันแน่อยู่แล้ว... เฮ้! ที่แท้เธอไม่ได้เชื่อในความสามารถในการจัดการของ Paimon แต่อยากให้ Paimon ไปเป็นมาสคอตงั้นเหรอ!
เกี่ยวกับกฎ Sakoku...
นักเดินทาง: คำสั่งล่าวิชั่นสิ้นสุดลงแล้ว แบบนี้กฎ Sakoku ก็น่าจะถูกยกเลิกเร็ว ๆ นี้สินะ Paimon: หวังว่าสถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายนะ นักเดินทาง: ความหวังมันอยู่ตรงหน้าแล้ว ต้องให้กำลังใจทุกคนให้อดทนต่อไปอีกนิด Paimon: อื้มอื้ม นักเดินทาง: เราหาโอกาสไปบอก Atsuko กันเถอะว่า "Atsuko ดอกซากุระที่บ้านเกิดของเธอมันเบ่งบานแล้วนะ" Paimon: หืม... ทำไมรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ นะ?
เกี่ยวกับชุดกิโมโน...
Paimon: เฮ้อ ฉันได้ยิน Ogura Mio บอกว่า ตอนนี้กิโมโนชั้นเลิศมีสินค้าคงคลังน้อยมาก ขนาดที่ว่าต่อให้มี Mora ก็ยากที่จะซื้อได้ Paimon: เสียดายจัง Paimon ก็อยากใส่ชุดสวย ๆ แบบนั้นเหมือนกัน นักเดินทาง: แต่ว่าตอนนี้กฎ Sakoku ก็ถูกยกเลิกแล้ว ร้านตัดชุด Ogura น่าจะนำเข้าผ้าไหมจาก Liyue แล้วนะ Paimon: เยี่ยมเลย งั้นชุดใหม่ของฉันก็มีความหวังแล้วสิ Paimon: ลองจินตนาการ Paimon ที่สวมชุดกิโมโนที่ร้านตัดชุด Ogura ตัดให้โดยเฉพาะสิ จะต้องสวยไม่เหมือนใครแน่เลย! Paimon: สลัดภาพจำคู่หูของตัวละครหลักของเรื่องราวในตำนานออกไป เลื่อนขั้นเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมของฮีโร่ Paimon: ว้าว สุดยอดไปเลยอ่ะ Paimon: นักเดินทาง เธอก็ต้องรู้สึกแบบนี้เหมือนกันใช่มั้ย? เพราะงั้น... นักเดินทาง: ที่พูดนี่คืออยากให้ฉันจ่ายเงินล่ะสิ Paimon: แหม รู้ตัวเร็วจัง สมแล้วที่เป็น "เพื่อนร่วมชะตากรรม" Paimon: ฉันอยากได้เจ็ดชุดที่ไม่เหมือนกันเลย จะได้เปลี่ยนใส่ทุกวันยังไงล่ะ! ส่วนลายก็... ขอ Paimon คิดก่อนนะ... นักเดินทาง: จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่อยากซื้อแล้วล่ะ!
เกี่ยวกับผลึกความรู้...
Paimon: ไม่ต้องอ่านหนังสือก็เข้าใจเรื่องต่าง ๆ ได้ตั้งมากมาย ผลึกความรู้นี่มันสะดวกดีจริง ๆ เลย! Paimon: ไม่รู้ว่า Sumeru จะมีผลึกความรู้เกี่ยวกับธรรมเนียมของประเทศทั้งเจ็ดบ้างมั้ยนะ... Paimon: ถ้าเกิดมีล่ะก็ ทุกครั้งที่ไปยังสถานที่แห่งใหม่ ฉันจะได้เปิดผลึกอันใหม่ให้ เธอจะได้ไม่ต้องไปมัวถามนู่นนี่ให้เมื่อยปากยังไงล่ะ! นักเดินทาง: ถ้างั้นก็ไม่ต้องไปที่ใหม่ ๆ แล้วสิ ก็เปิดมันทั้งหมดที่ Sumeru เลยก็ได้นี่... Paimon: นะ... นี่ก็เพื่อรักษาความรู้สึกของความคาดหวังในการเดินทางยังไงล่ะ! นักเดินทาง: แล้วอีกอย่าง ก็ไม่ต้องให้ Paimon มาเป็นผู้นำทางแล้วสิ... Paimon: ไม่ได้สิ ไม่ได้นะ! ยังไงซะพวกเราเก็บ Mora ที่จะเอาไปซื้อผลึกไว้ดีกว่าเนอะ! Paimon: เก็บไว้... เป็นทิปให้ฉันยังไงล่ะ! ฮี่ฮี่ สมเหตุสมผลที่สุดไปเลย
เกี่ยวกับกลุ่ม Eremite...
Paimon: ภายในกลุ่ม Eremite นี่มีคนผสมกันมั่วไปทุกรูปแบบเลยนะ... นักเดินทาง:นี่ก็คือสิ่งที่เรียกว่าความหลากหลายสินะ Paimon: โอ้ว ฉันเข้าใจสิ่งที่เธอกำลังจะสื่อนะ! เพราะว่า Paimon เองก็มีความหลากหลายเหมือนกัน Paimon: แบบที่มีข้อคิดเห็นที่เฉียบคม แบบที่มีความรู้เชื่อถือได้ และก็แบบที่พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ... นักเดินทาง: ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไม่ได้เข้าใจอะไรเลย...
เกี่ยวกับความเชื่อ...
Paimon: เธอรู้สึกมั้ย? ชาว Sumeru ดูเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อในท่านเทพแห่งพฤกษาน้อยสักเท่าไหร่ Paimon: ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น Liyue หรือ Inazuma ผู้คนก็ต่างเชื่อในราชาแห่งหินและท่านโชกุนอย่างไม่มีข้อกังขา Paimon: ยิ่งพวกนักปราชญ์ประหลาด ๆ เหล่านั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย แม้แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นั่นก็ยังพูดถึงแต่ "ท่านหญิง Rukkhadevata" เลย นักเดินทาง: อืม แม้แต่เห็ดที่แสนอร่อย ก็ยังบอกว่าเป็นเพราะพรของ Rukkhadevata เลย Paimon: จะว่าไปแล้ว ตอนที่เราอยู่ที่ Liyue ก็มีอาหารเลิศรสมากมาย ว่ากันว่าเป็นเพราะได้รับการยอมรับและคำแนะนำจากราชาแห่งหินด้วยเหมือนกัน Paimon: ฉันรู้แล้ว ตราบใดที่สามารถนำพาของอร่อยมาสู่ชาวเมือง ผู้คนก็จะชอบเทพตนนั้น นักเดินทาง: มีแค่ Paimon ละมั้งที่เป็นแบบนั้นน่ะ Paimon: เอ๋ แล้ว นักเดินทาง ล่ะ เชื่อในอะไรเหรอ? นักเดินทาง: ฉันน่ะเหรอ แน่นอนว่าต้องเชื่อ Paimon น่ะสิ Paimon: ฮี่ฮี่ เรื่องนี้ไม่ต้องบอกฉันก็รู้อยู่แล้ว!
เกี่ยวกับกำแพงป้องกันทราย...
Paimon: ตอนที่เห็นกำแพงป้องกันทรายครั้งแรกฉันตกใจมากเลย มันยาวจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดเลย นักเดินทาง: ก็ตอนนั้นมันถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องป่าฝนทั้งหมดนี่นา Paimon: อีกอย่างมันยังดูสู๊งสูงด้วย Paimon: ไม่รู้ว่า นักเดินทาง จะปีนขึ้นไปได้มั้ยน้าา นักเดินทาง: คงปีนไม่ไหวหรอก แล้วทำไมฉันต้องปีนขึ้นไปด้วยล่ะ? Paimon: เอ๋ แต่ว่ากำแพงป้องกันทรายอยู่ตรงนั้นนะ นักเดินทาง: ไม่ ต่อให้เธอจะพูดแบบนี้... Paimon: กำแพงป้องกันทรายอยู่ตรงนั้น นักเดินทาง: พอได้แล้ว ๆ แต่ไม่ว่ายังไงกำแพงป้องกันทรายก็... Paimon: แต่กำแพงป้องกันทรายอยู่... นักเดินทาง: รู้แล้วน่า! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ
เกี่ยวกับ Akasha Terminal...
Paimon: ดูเหมือนว่านักวิชาการของ Sumeru จะสวมเจ้า Akasha Terminal ไว้เพื่อได้รับความรู้จาก Akasha กันทุกคนเลย Paimon: รู้สึกเหมือนเป็นการพกสารานุกรมที่มีชีวิตติดตัวไปตลอดเลย น่าอิจฉานิดหน่อย นักเดินทาง: ไม่เห็นจะน่าอิจฉาเลย ฉันก็พกสารานุกรมขั้นสูงติดตัวอยู่ตลอดเหมือนกัน นอกจากจะติดตามฉันอัตโนมัติได้แล้ว ยังพูดได้ด้วยนะ Paimon: เอ๋? นี่กำลังชมฉันอยู่เหรอ? แหม เขินหมดละเนี่ย ที่จริงฉันก็ไม่ได้รู้อะไรเยอะแยะหรอก อย่างมากก็แค่สาระแน นักเดินทาง: แต่จะดีกว่านี้ถ้าเจ้าสาระแนตัวนี้ไม่กินอะไรเลย Paimon: เฮ้...
เกี่ยวกับชื่อของ Aranara...
Paimon: Arama, Arana, Araja, Arakavi... เอ่อ ชื่อของ Aranara นี่จำยากชะมัดเลย... Paimon: อย่างเดียวที่มั่นใจได้ก็คือ ชื่อของทุกตนจะขึ้นต้นด้วย Ara! นักเดินทาง: ถ้า Paimon เป็น Aranara ล่ะก็ งั้น Paimon ก็ต้องชื่อ Arapaimon Paimon: ช่าย ส่วน นักเดินทาง ก็... Paimon: จะว่าไปแล้ว ตอนเรียกเธอ พวกเขาต่างเรียกว่า Nara นักเดินทาง หมดเลยแฮะ... นักเดินทาง: Nara เป็นคำที่พวกเขาใช้เรียกแทนพวกเราล่ะมั้ง... Paimon: แล้วถ้ามีคนชื่อ Nara พวกเขาจะเรียกว่ายังไงล่ะ? นักเดินทาง: Nara Nara น่ารักดีนะ Paimon: ฮี่ฮี่ น่ารักจริงด้วย
เกี่ยวกับอาหารของ Aranara...
Paimon: ไม่รู้ทำไม รสชาติอาหารของ Aranara ถึงแบบ... จะบอกยังไงดี มันแบบดั้งเดิมเกินไปน่ะ Paimon: รู้สึกแตกต่างจากที่กินปกติมากเลย นักเดินทาง: อืม แต่วัตถุดิบต่าง ๆ ก็ถือว่าดีทั้งนั้นเลยนะ... Paimon: ช่ายย ทั้งเห็ดทั้งผลไม้ พอกินไปกินมารู้สึกเหมือนมันจะเติบโตขึ้นในปากเลยล่ะ! นักเดินทาง: ถึงแม้ออกจะดูเวอร์ไปหน่อย แต่ความจริงวัตถุดิบที่ดีอาจไม่ต้องใช้วิธีการปรุงที่ซับซ้อนก็ได้ Paimon: ก็จริง ถ้าวัตถุดิบดีพอ แค่ปรุงรสง่าย ๆ ก็ได้รับรสชาติอันโอชะขั้นสุดแล้ว นักเดินทาง: ก็เหมือน Paimon ไง แค่ปรุงด้วย... Paimon: เฮ้! นี่เราผจญภัยมาถึง Sumeru แล้วนะ ทำไมเธอยังเอาแต่เล่นมุกล้าสมัยนี้อีกเนี่ย!
เกี่ยวกับญินของ Dori...
Paimon: ภูตตัวใหญ่ขนาดนั้น เข้าไปในตะเกียงได้ยังไงกันนะ? นักเดินทาง: Paimon เองก็ลองเข้าไปได้นะ Paimon: เข้าไม่ได้ คิดยังไงก็เข้าไม่ได้! นักเดินทาง: งั้นลองใช้ Serenitea Pot ดูมั้ย? Paimon: โฮ่ ๆ ที่แท้ก็ยังมีวิธีนี้สินะ ให้ฉันลองหน่อยเร็วเข้า นักเดินทาง: Paimon ดูสนใจมากเลยนะ Paimon: ฉันอยากลองซีนแบบนี้มาตั้งนานแล้ว... เฮ้! นี่เธอเป็นคนเรียกฉันออกมาเหรอ? นักเดินทางจากต่างแดน Paimon: รีบมาสานต่อความปรารถนาทั้งสามข้อของฉันให้เป็นจริงเถอะ! ข้อแรก... พาฉันไปกินของอร่อย นักเดินทาง: ทำไมเธอถึงเป็นคนขอพรล่ะ!
เกี่ยวกับ Bimarstan...
Paimon: ว้าว Sumeru นี่ถึงกับ... หาหมอได้โดยไม่ต้องใช้เงินเลยเหรอ! นักเดินทาง: Paimon รู้สึกไม่สบายตรงไหนงั้นเหรอ? Paimon: ตอนนี้ยัง ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ Paimon: แต่ว่าฉันอยากลองมาตั้งนานแล้วนะ กินไอติมไปด้วย แล้วก็กินหม้อไฟไปพร้อม ๆ กัน! นักเดินทาง: จะต้องท้องเสียแน่ ๆ เลย! Paimon: ยังไงซะก็หาหมอฟรีนี่นา ถ้าไม่ไปหาซะหน่อยจะไม่รู้สึกขาดทุนแย่เหรอ? นักเดินทาง: อืม... แต่มองจากอีกมุมนึง... ในตอนที่รักษา จะถูกจำกัดเรื่องการกินและการดื่มนะ Paimon: หา! จะกินของอร่อย ๆ ไม่ได้งั้นเหรอ? นักเดินทาง: แถมจะให้ Paimon กินยาที่ขมมาก ๆ ด้วยนะ Paimon: อะ... โอเค! งั้นฉันจะเก็บไปคิดอีกที...
เกี่ยวกับนักวิชาการ...
Paimon: ใน Sumeru นี่ มีคนที่หวังอยากจะเป็นนักวิชาการอยู่เพียบเลยนะ Paimon: ด้วยแรงกระตุ้นจากความปรารถนาแบบนี้ ทำให้พวกเขาพยายามเรียนกันอย่างหนัก... Paimon: แต่ว่า... ฉันคิดว่าความปรารถนาของนักวิชาการคนแรก น่าจะไม่ใช่ "การเป็นนักวิชาการ" นะ? Paimon: อืม... งั้นความปรารถนาของนักวิชาการคนแรก คืออะไรกันแน่นะ... นักเดินทาง: ฉันว่าน่าจะเป็น "รีบเขียนวิทยานิพนธ์นี้ให้เสร็จสักที" นะ Paimon: เอ๋? โดยทั่วไปแล้ว ผู้คนมักจะแสวงหาความรู้ขั้นสูงสุดไม่ใช่เหรอ? Paimon: ด้วยความกระหายในความรู้แบบนี้ จึงค่อย ๆ กลายเป็นนักวิชาการคนแรกอย่างแท้จริง... นักเดินทาง: การเขียนวิทยานิพนธ์ ก็คือวิธีการแสวงหาความรู้นั่นแหละ Paimon: แต่ว่า ความรู้ขั้นสูงสุดที่ว่านั่น... นักเดินทาง: ถ้าอยากจะพิสูจน์เรื่องนี้ ก็ต้องใช้การเขียนวิทยานิพนธ์ล่ะนะ นักเดินทาง: จากนั้น เพื่อที่จะพิสูจน์วิทยานิพนธ์ของเธอ... ก็ต้องเริ่มเขียนวิทยานิพนธ์อีกฉบับนึง... Paimon: อะ... เอาล่ะ! ฉันเข้าใจแล้ว อย่ามาทำหน้าเศร้าแบบนั้น เธอไม่ต้องเขียนวิทยานิพนธ์ซะหน่อย! Paimon: เธอ... เธอไม่เคยเขียนใช่มั้ย...
เกี่ยวกับภาควิชาชีววิทยา...
Paimon: ฉันอยากไปหานักวิชาการของภาควิชาชีววิทยา! นักเดินทาง: ทำไมจู่ ๆ Paimon ถึงอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาล่ะ? Paimon: เพราะฉันได้ยินมาว่า เนื้อหาหลัก ๆ ที่นักวิชาการภาควิชาชีววิทยากำลังวิจัยก็คือธรรมชาติและนิเวศวิทยาไงล่ะ Paimon: ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีนักวิชาการที่ศึกษาว่าสัตว์ต่าง ๆ กินได้มั้ย แล้วอร่อยรึเปล่าแน่นอน Paimon: ฉันว่าการได้ช่วยนักวิชาการทำการวิจัยแบบนี้ จะต้องสนุกมากแน่ ๆ เลย นักเดินทาง: เธอก็แค่อยากกินแกงกะหรี่ใช่มั้ย? Paimon: เปล๊าาา ฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่มีประโยชน์มากจริง ๆ นะ นักเดินทาง: ถ้าอย่างนั้น... นักวิชาการคนนั้นคงต้องสงสัยแน่เลยว่า Paimon เป็นสายพันธุ์อะไร และมีพฤติกรรมอย่างไร Paimon: เอ่อ... จู่ ๆ ฉันก็นึกได้ว่าเรามีเรื่องด่วนที่ต้องทำนี่เนอะ!
เกี่ยวกับ Sumpter Beast...
Paimon: Sumpter Beast พวกนั้นน่ารักจัง คนที่เลี้ยง Sumpter Beast จะตั้งชื่อให้พวกมันตามลักษณะนิสัยโดยเฉพาะด้วยนะ นักเดินทาง: บางทีพวกมันก็อาจจะกำลังตั้งชื่อให้พวกเรา และตอบกลับพวกเราอยู่เหมือนกัน Paimon: เอ๋? พวกมันจะตั้งชื่ออะไรให้เราน้าา? นักเดินทาง: โฮกก... Paimon: ใครจะไปฟังรู้เรื่องกัน? นักเดินทาง: ก็น่าจะประมาณ... นักเดินทาง: "เจ้าสองขาตัวขาวจั๊วะจิ๋วเสียงดังหอมฟุ้ง" นักเดินทาง: แน่นอนว่านั่นเป็นแค่ชื่อทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นนะ Paimon: อ้อเหรอ งั้นชื่อย่อจะเรียกว่าไงล่ะ? นักเดินทาง: "เจ้าตัวสองขาเสียงดัง" Paimon: เฮ้ ทำไมเหลือไว้แต่ส่วนที่ไม่ดีล่ะห๊ะ!
เกี่ยวกับภาควิชาที่เจ็ด...
Paimon: Sumeru มีหกภาควิชาใหญ่นี่นา Paimon: ดูน่าสนุกดีแฮะ Paimon ก็อยากมีภาควิชาเป็นของตัวเองเหมือนกัน! Paimon: ได้ล่ะ... ชื่อว่าภาควิชา Paimon ละกัน! นักเดินทาง: แล้วภาควิชา Paimon แสดงออกถึงภูมิปัญญาด้านไหนล่ะ? Paimon: อืม... ภูมิปัญญาในชีวิตจริงไงล่ะ! นักเดินทาง: งั้นวิชาเด่น ๆ ก็จะเป็นร้อยวิธีการกิน Slime, อย่าปล่อยให้ Mora เล็ดลอดจากสายตาคุณ, วิธีตั้งชื่อที่น่าเกลียดให้กับคนอื่น... อะไรแบบนี้ใช่มั้ย? Paimon: โห เธอนี่รู้ใจฉันจริง ๆ เลย! งั้นต้องเพิ่ม "ทำอย่างไรให้กลายเป็นผู้นำทางที่เก่งที่สุดใน Teyvat" เข้าไปด้วยนะ! Paimon: ฉันว่ามันเจ๋งมากเลยอะ เรารีบไปยื่นเรื่องเปิดภาควิชากับทางสถาบันเลยดีกว่า! เดี๋ยวต่อไปฉันจะให้ นักเดินทาง เป็นมหาปราชญ์ของฉัน! นักเดินทาง: ฉันขอปฏิเสธได้มั้ย...
เกี่ยวกับ Shroomboar...
Paimon: เธอรู้รึเปล่า ใน Sumeru มี Shroom-Kin หลากหลายชนิดเลยนะ นักเดินทาง: อืม ที่น่าสนใจก็คือ ว่ากันว่าหมูป่าบางส่วนไม่อาจแยกตัวออกจาก Shroom-Kin ทำให้มันค่อย ๆ มีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน จนกลายเป็น Shroomboar Paimon: โห อย่างงี้ก็เหมือนพวกเราน่ะสิ ฉันก็ไปจาก นักเดินทาง ไม่ได้เหมือนกัน นักเดินทาง: Paimon ไปจากฉันไม่ได้ งั้นฉันก็เป็นเห็ด ส่วน Paimon ก็เป็น... Paimon: หมู! Paimon: เอ๋? เฮ้...
เกี่ยวกับ Grand Bazaar...
Paimon: พวกคนที่ Grand Bazaar นี่มีความสามารถหลากหลายจังเลยนะ! Paimon: นอกจากจะสามารถขายของที่ตัวเองทำขึ้นมาอย่างสิ่งถักทอ ขวดรูปร่างต่าง ๆ สวย ๆ มากมาย เครื่องเทศที่ชวนให้ท้องร้องเมื่อได้กลิ่นแล้ว... Paimon: แต่ละคนยังร้องเล่นเต้นรำกันเก่งอีกด้วย น่าอิจฉามากเลยล่ะ! นักเดินทาง: ขอเพียงแค่ใช้ใจ Paimon เองก็เรียนรู้ได้นะ Paimon: เอ๋? จริงเหรอ? นักเดินทาง: ยกตัวอย่างการเต้นรำก็แล้วกัน Paimon มีความได้เปรียบโดยธรรมชาตินะ นักเดินทาง: ก็ในเมื่อไม่มีทางสะดุดขาตัวเองล้ม และไม่มีทางเหยียบเท้าคู่เต้น... Paimon: จริงด้วย! ลืมไปเลยนะเนี่ยว่าการที่บินได้มันเป็นเรื่องที่สะดวกแค่ไหน! Paimon: ไปกันเถอะ รีบไปที่ Grand Bazaar โยกย้ายส่ายสะโพก แล้วทำให้ทุกคนอิจฉาฉันกัน! นักเดินทาง: ที่แท้เธอก็แค่อยากจะเอาชนะงั้นสิ?
เกี่ยวกับการทำนายอนาคต...
Paimon: จะว่าไป ชาว Sumeru ชื่นชอบการทำนายดวงชะตาสินะ Paimon: นอกจากโหราศาสตร์ที่มีแต่พวกนักวิชาการที่ทำได้ ชาว Sumeru ทั่วไปก็สามารถทำนายอนาคตได้เพียงแค่ใช้กาแฟเท่านั้น! นักเดินทาง: ยังไงซะก็เป็นถึงประเทศแห่งปัญญานี่นะ ทุกคนต่างก็มีความอยากรู้อยากเห็นอยู่มากล่ะนะ Paimon: ฉันได้ยินพวกเขาพูดว่า แค่ดูรูปร่างของกาแฟที่ก้นแก้วหลังจากดื่มเสร็จ ก็สามารถรู้ดวงชะตาของคนคนนึงได้... Paimon: เทียบกับการปีนขึ้นไปบนหอคอยตอนกลางคืนเพื่อดูดาวแล้ว แบบนี้สะดวกกว่ากันตั้งเยอะ! นักเดินทาง: Paimon ก็อยากรู้ดวงชะตาของตัวเองเหมือนกันเหรอ? Paimon: อืม... เทียบกับดวงชะตาแล้ว ฉันอยากรู้มากกว่าว่ากาแฟมันอร่อยมั้ย
เกี่ยวกับ "Purbiruni" และ "Pursina"
Paimon: อืม... ฉันเคยได้ยิน Khedive กับ Anisa พูดถึง "Purbiruni" กับ "Pursina" อะไรสักอย่าง... Paimon: พวก...Pursi, Pursi อะไรนั่นคืออะไรเหรอ นักเดินทาง: "Pur" หมายถึง "ผู้สืบทอด" และหมายถึง "ผู้ฝึกหัด" ได้ด้วย... เพราะงั้นสิ่งนี้จึงหมายถึง พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นศิษย์ของมหาปราชญ์ในอดีต Paimon: เป็นแบบนี้เองเหรอ... เห็นพวกเขาลอยหน้าลอยตาไปมา ฉันก็นึกว่าจะเป็นชื่อที่น่าภาคภูมิใจอะไรซะอีก นักเดินทาง: เอ๋...? Paimon: ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีคนบอกว่าฉันเป็นพ่อหรือแม่ของใครสักคน ฉันจะดีใจมาก! แต่ถ้ามาบอกว่าใครเป็นพ่อหรือแม่ของฉันล่ะก็... จะไม่รู้สึกอึดอัดบ้างรึไง? นักเดินทาง: เอ่อ ไม่เคยคิดถึงอะไรแบบนี้มาก่อนเลย...
เกี่ยวกับการศึกษาต่อ...
Paimon: ในสถาบันนอกจากจะพบเห็นคนในท้องถิ่น Sumeru แล้ว ยังสามารถพบเห็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศอื่น ๆ อีกด้วย Paimon: เพื่อที่จะได้ศึกษาหาความรู้ พวกเขาต้องจากบ้านมาไกลและมาอยู่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย เป็นอะไรที่น่าทึ่งจริง ๆ! นักเดินทาง: พวกเราก็เดินทางไปยังดินแดนที่ไม่คุ้นเคยบ่อย ๆ นะ Paimon: ช่าย งั้น...พวกเราก็น่าทึ่งเหมือนกันน่ะสิ! นักเดินทาง: แต่เราไม่ได้เดินทางเพราะอยากได้ความรู้นี่นา Paimon: อืม... รู้สึกเหมือนเราจะสู้นักเรียนแลกเปลี่ยนเหล่านั้นไม่ได้เลย Paimon: แต่พวกเรารู้ว่าใน Sumeru นี้ที่ไหนมีของอร่อย และที่ไหนมีคนที่พึ่งพาได้นะ เรื่องพวกนี้ก็นับว่าเป็นความรู้ปะ? นักเดินทาง: อืม ใช่ก็ได้ สำหรับหลาย ๆ คนถือเป็นความรู้ที่ล้ำค่าเลยล่ะ Paimon: เพราะงั้นพวกเราก็ถือว่าเจ๋งสุด ๆ เลยไงล่ะ!
เกี่ยวกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์...
Paimon: ทั้งเมือง Sumeru ถูกสร้างขึ้นบนต้นไม้ใหญ่ น่าเหลือเชื่อมากเลยล่ะ! Paimon: ก่อนหน้านี้เราก็เคยเห็นต้นไม้ที่สุดยอดมาตั้งเยอะแยะมากมายเลยอย่าง "ที่ประจำ" ตรง Windrise, "Frostbearing Tree" ของภูเขา Dragonspine แล้วก็ "ต้น Sacred Sakura" ของ Inazuma ด้วย Paimon: แต่พูดถึงต้นไม้ต้นนี้ ดูเหมือนทุกคนจะเรียกแค่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นนะ... นักเดินทาง: บางครั้งสิ่งที่ยิ่งสำคัญก็ยิ่งมีชื่อที่เรียบง่ายนะ Paimon: งั้นเหรอ? แต่ก็จริง ถ้าชื่อยาวเกินไป เรียกทุกวันก็คงลำบากน่าดู Paimon: ยังไงซะ เมื่อไหร่ที่ผู้คนในเมืองพูดถึง "รากต้นไม้" พวกเขาก็จะรู้ในทันทีว่าหมายถึงต้นไม้ต้นนี้ และไม่มีทางไปผิดที่แน่ Paimon: ประโยคนั้นว่าไงน้าา "ชื่อก็เป็นแค่ฉายา"? นักเดินทาง: งั้น Paimon ก็เป็นฉายาน่ะสิ? Paimon: อืม ก็เหมือนจะถูกนะ... ไม่ใช่สิ Paimon ก็คือ Paimon!
เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของภาควิชา...
Paimon: ใน Sumeru มีนักวิชาการภาควิชาต่าง ๆ มากมาย งั้นเวลาที่พวกเขาปรึกษาหารือกันขึ้นมา เธอว่าจะมีทะเลาะกันบ้างมั้ยนะ? Paimon: เหมือนกับสงครามอาหาร Li กับ Yue ที่ Liyue น่ะ นักเดินทาง: ก็คงมีแหละ เป็นเรื่องปกติที่จะมีความขัดแย้งระหว่างภาควิชา ก็เหมือนกับที่นวนิยายเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ของ Liyue บอกไว้ว่า "ที่ใดมีมนุษย์ ที่นั่นย่อมมีความขัดแย้ง" ไงล่ะ Paimon: ว้าว เป็นคำพูดที่ลึกซึ้งมากเลย แต่พวกเขาคงไม่สู้ประลองกันเหมือนพวกผู้กล้าหรอกมั้ง นักเดินทาง: บางทีพวกเขาอาจจะสู้กันแบบเล่นเกมกลเจ็ดอัจฉริยะสักตาก็ได้ Paimon: อ๋า จริงด้วย สู้กันด้วยสติปัญญา Paimon: ไหนลองจินตนาการดูสิ: ในกรณีที่ไม่สามารถโน้มน้าวฝ่ายตรงข้ามได้ ก็จะนำการ์ดออกมา นั่งลงและครุ่นคิดอย่างสงบสักครู่ จากนั้นก็ชนะในที่สุด นักเดินทาง: มีกลิ่นอายความเป็น Sumeru จริง ๆ ด้วย Paimon: หลังจากนั้นผู้ชนะจะพูดว่า "เล่นได้ไม่เลวนี่!" เพื่อเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็คืนดีกัน นักเดินทาง: ไม่ ๆ... ประโยคนี้มีแต่จะเพิ่มความขัดแย้งเท่านั้น Paimon: เอ๋...ทำไมล่ะ?
เกี่ยวกับท่าเรือ Ormos...
Paimon: อืม บรรยากาศของท่าเรือ Ormos แตกต่างจากในเมือง Sumeru อย่างสิ้นเชิงเลย Paimon: ทั้งครึกครื้นแถมยังมีคนต่างแดนเยอะแยะเลยด้วย และทุกคนก็ไม่ต้องก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสือ ดีเลิศไปเลยอ่า นักเดินทาง: ก็เพราะพวกเขาไม่ตั้งใจเรียน ก็เลยโดนพวก Navbed ทำโทษไงละ Paimon อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะ! Paimon: เอ่อ... Paimon: เดี๋ยวนะ! น้ำเสียงของเธอนี่มันยังไงกัน!
เกี่ยวกับ "สหพันธ์ Dey ทั้ง 29 แห่งคาบสมุทร"...
Paimon: ได้ยินมาว่า เดิมทีท่าเรือ Ormos อยู่ที่ซากป้อมปราการของสหพันธ์ที่ชื่อว่าเอ่อ... "29" อะไรสักอย่างเนี่ยแหละ Paimon: เฮ้อ... ชื่อยาวชะมัดเลย! ฉันจำไม่ได้แล้ว แต่ยังไงก็เถอะ พวกหนอนหนังสือของ Sumeru ต่างพูดกันแบบนั้น นักเดินทาง: ชื่อว่า "สหพันธ์ Dey ทั้ง 29 แห่งคาบสมุทร" นักเดินทาง: งั้นเหรอ... ว่ากันว่ามันคือกลุ่มโจรสลัดที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาจากหัวหน้าที่ดื้อด้านและรักอิสระ พวกเขาเอาแต่ต่อสู้แก่งแย่งชิงดีกันตั้งแต่แรกเริ่ม ทำให้ชายฝั่ง Sumeru ไม่เคยสงบสุขเลย... นักเดินทาง: จนในที่สุด วันหนึ่งพวกเขาก็ตัดสินใจแบ่งอำนาจกันอย่างยุติธรรม รวมตัวเป็น "สหพันธ์" ที่สันติ โดยที่เหล่าผู้นำของสหพันธ์จะถูกเรียกว่า "Dey" Paimon: อ้อ... แสดงว่าพวกเขาก็ไม่ทะเลาะกันอีกแล้วสิ หยุดการปล้นขโมย และทุกคนก็อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ช่วยกันทำมาหากิน! ใช่มั้ย! นักเดินทาง: ... Paimon: ใช่มั้ย...? นักเดินทาง: อืม... อย่างน้อยพวกเขาก็อยากให้เป็นแบบนั้นแหละนะ... Paimon: เอ๋...? นักเดินทาง: ต่อมาพวกเขาก็พากันตั้งแก๊ง และเริ่มสงครามภายในครั้งใหญ่ขึ้น ทำให้ป้อมปราการของท่าเรือ Ormos เหลือเพียงแค่เศษซาก และ "Dey" ทั้งหมดก็จบสิ้นลง! Paimon: เห...! นักเดินทาง: ด้วยเหตุนี้ ท่าเรือ Ormos จึงถูกพัฒนาขึ้นใหม่แบบสงบสุขและสันติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และกลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้... Paimon: อะไรกัน... ที่แท้ก็แค่พวกคนชั่วธรรมดา ๆ น่ะเหรอ...
เกี่ยวกับ Cyno และเกมกลเจ็ดอัจฉริยะ
Paimon: จะว่าไป Cyno ชอบเล่นการ์ดเกมที่มีชื่อว่าเกมกลเจ็ดอัจฉริยะแบบสุด ๆ เลยใช่มั้ยนะ? Paimon: เป็นถึงเจ้าหน้าที่มหามาตราแท้ ๆ แต่กลับชอบเล่นการ์ดเกม แปลกจังเลยนะ... นักเดินทาง: แค่เห็นทรงผมเขา ฉันก็ไม่แปลกใจแล้วล่ะ Paimon: อื๋อ? เล่นการ์ดเกมมันเกี่ยวอะไรกับทรงผมกัน? นักเดินทาง: ในตอนที่เล่นการ์ดเกม ยิ่งทรงผมแปลกแหวกแนวเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถดึงดูดความสนใจของฝ่ายตรงข้ามได้มากเท่านั้น นักเดินทาง: "เจ้าหมอนี่มันอะไรกัน ทำยังไงถึงเซ็ตทรงผมบ้านี่ได้กันนะ?" นักเดินทาง: แล้วเมื่อทำให้หัวสมองของคู่ต่อสู้ถูกครอบงำด้วยเรื่องพวกนี้ได้ ก็ได้เปรียบในการดูเอลบนโต๊ะแล้วล่ะ Paimon: งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นอีกหน่อยเวลาจะเล่นการ์ดเกมกับ Cyno พวกเราคงต้องคิดดูให้ดี ๆ ก่อนซะแล้ว... นักเดินทาง: แต่ฉันกลับคิดว่าถ้าเล่นการ์ดเกมกับ Cyno ล่ะก็ ฉันน่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบนะ Paimon: แต่ทรงผมเธอมันธรรมดาจะตายไป และก็ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าแปลก ๆ ด้วย... นักเดินทาง: แต่ฉันมี Paimon นี่ นักเดินทาง: "นี่มันอะไรกัน เจ้าสิ่งของตัวเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ข้างหลังนั่นมันอะไรกันแน่นะ?" นักเดินทาง: ขอแค่มี Paimon บินอยู่ข้าง ๆ ในหัวของ Cyno ก็จะเต็มไปด้วยเรื่องแบบนี้ นักเดินทาง: ส่วนฉันก็ไม่มีทางอึ้งในทรงผมของเขา เท่านี้ก็กุมความได้เปรียบไว้ได้แล้วล่ะ Paimon: เธอไปทำทรงผมแปลก ๆ ซะเถอะ!
เกี่ยวกับเพลงกล่อมเด็กของ Sumeru...
Paimon: "กลิ่น~ กลิ่นหอมของแกงกะหรี่~ เป็นสัญญาณบอกเด็ก ๆ ว่ากลับบ้านได้แล้วนะ~♪" นักเดินทาง: "กลิ่นหอมของแกงกะหรี่~♪" Paimon: ว้าว! ต่อได้เยี่ยมไปเลย ที่แท้เธอก็จำเนื้อเพลงท่อนนี้ได้เหมือนกันมาโดยตลอดสินะ! นักเดินทาง: Paimon เองก็ร้องได้เยี่ยมไปเลยไม่ใช่รึไง? Paimon: ฮี่ฮี่ นั่นก็เป็นเพราะว่าฉันมีแผนที่ยิ่งใหญ่อยู่ยังไงล่ะ! Paimon: เธอเคยได้ยินเรื่องนั้นรึเปล่า? ครั้งหนึ่งมี Hilihound อยู่ตัวหนึ่ง ที่มักจะได้กินเนื้อในทุกครั้งที่ Samachurl เต้นรำ จากนั้นทุกครั้งที่มันได้ยินเสียงเต้นรำ ก็จะน้ำลายไหลย้อย Paimon: ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงแกงกะหรี่ ก็จะมีแกงกะหรี่ให้กิน ถ้าอย่างนั้นที่ฉันต้องทำ ก็แค่จำมันให้ขึ้นใจ แล้วพอวันไหนที่อยากกินแกงกะหรี่อร่อย ๆ ก็แค่ฮัมเพลงไว้แค่นั้น Paimon: เฮ้ ไหงถึงได้เงียบไปล่ะ? Paimon: "กลิ่น~ กลิ่นหอมของแกงกะหรี่~ เป็นสัญญาณบอกเด็ก ๆ ว่ากลับบ้านได้แล้วนะ~♪"
เกี่ยวกับคำพูดของ Aranara ที่ทำให้ลิ้นพันกัน...
นักเดินทาง: Paimon ว่าคำว่า "Aranara" นี่พูดยากมั้ย? Paimon: อื๋อ? พูดยากงั้นเหรอ? เป็นเพราะว่าปกติแล้วเธอพูดน้อยไปรึเปล่านะ Paimon: เหมือนอย่างฉันที่พูดได้ทั้งวันเนี่ย คล่องปากมากเลยล่ะ ไม่มีทางกัดลิ้นตัวเองหรอกนะ นักเดินทาง: งั้นเธอลองอ่านอันนี้ดูหน่อยซิ Paimon: อะไรเหรอ ไหน ๆ ฉันดูซิ Paimon: ทางใต้มี Aranara ที่ชื่อ Arana กำลังฝึก Ararakalari Paimon: ทางเหนือมี Nara Rana ที่กำลังเดินมา ในมือ Nara Rana มี Padisarah ถืออยู่ Paimon: Nara Rana ที่มี Padisarah อยู่ในมือ อยากจะพา Arana ที่กำลังฝึก Ararakalari ไปที่ร้านเหล้าเพื่อหา Lambad แต่ Arana ที่ฝึก Ararakalari อยากพา Nara Rana ที่ถือ Padisarah ไปที่ Vanarana Paimon: Nara Rana กล่อม Arana ไม่สำเร็จ เลยต้องไปที่ Vanarana กับ Arana เพื่อพบกับ Aranara ตนหนึ่งที่มีชื่อว่า Arama... Paimon: นะ... นี่ฉันฝันอยู่รึเปล่านะ Paimon: ฉะ... ฉันมองเห็นดาววิ้ง ๆ... เต็มไปหมดเลย....
เกี่ยวกับการรับมือ "วิกฤตตามคำพยากรณ์"...
Paimon: จู่ ๆ ฉันก็นึกวิธีดี ๆ ในการรับมือกับ "วิกฤตตามคำพยากรณ์" ของ Fontaine ได้อย่างหนึ่งล่ะ! นักเดินทาง: ไหน Paimon คิดอะไรดี ๆ ออกล่ะ? Paimon: ใน Fontaine มีกลไกเครื่องลานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับงานขุดเจาะอุโมงค์อยู่นี่ ทำไมเราไม่โยนกลไกอันนั้นลงไปขุดรูใต้น้ำลึกล่ะ? ถ้าเราขุดรูที่ทำให้น้ำรั่วได้ แบบนี้น้ำจะขึ้นเท่าไหร่ก็ไม่หวั่น นักเดินทาง: ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่นะ แต่น้ำที่รั่วไปด้านล่างจะไปอยู่ไหนล่ะ? Paimon: แหม เรื่องนี้ไม่เห็นต้องไปคิดมากเลย! เธอลองนึกดูนะ สมมติว่ากระเป๋าตังค์เธอมีรูรั่ว ถึงเธอจะนั่งคิดแล้วคิดอีกว่า Mora หายไปไหน มันก็คงไม่มีทางกลับมาตุงเหมือนเดิมหรอกใช่ม้า นักเดินทาง: ที่แท้เธอก็รู้สาเหตุที่ฉันเก็บเงินไม่อยู่สินะ Paimon: อะ...อะไรเล่า ทำไมต้องมองฉันตอนพูดประโยคนี้ด้วย... รูรั่วในกระเป๋าของธะ...เธอ... ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย... รึเปล่านะ?
เกี่ยวกับมายากล...
Paimon: การแสดงมายากลของ Lyney สุดยอดไปเลย ก่อนที่จะเฉลย ฉันดูไม่ออกจริง ๆ นะว่าเขาทำได้ยังไง! นักเดินทาง: โอ๊ะ จู่ ๆ ฉันก็นึกมายากลอันนึงได้ Paimon: เอ๋? เธอเล่นมายากลเป็นด้วยเหรอ? นักเดินทาง: อื้ม ฉันสามารถเสกหมวกมายากลใบใหญ่ให้ลอยอยู่ในอากาศได้ แถมยังสั่งให้มันลอยไปลอยมาได้ด้วยนะ Paimon: โห! จริงเหรอ? เธอทำได้ไงอะ? นักเดินทาง: ฮิฮิ ก็เพราะ Paimon อยู่ในหมวกไงล่ะ Paimon: หา? ทำไมฉันถึงอยู่ใน...อ๋อ! ที่แท้ฉันก็เป็นคนทำให้มันลอยไปลอยมานี่เอง! Paimon: ฮิฮิ งั้นฉันก็นึกออกทริกหนึ่งเหมือนกัน! นักเดินทาง: หืม? ไหนว่ามาซิ Paimon: เธอใส่ของอร่อย ๆ ลงในหมวกเรื่อย ๆ แล้วจะพบว่าใส่ยังไงหมวกนั่นก็ไม่เต็มสักที! นักเดินทาง: เอ่อ... แล้วจานจะทำยังไงล่ะ? Paimon: จริงด้วย! งั้นหมวกใบนี้สามารถคายจานออกมาได้ด้วยแล้วกัน น่าทึ่งใช่มั้ยล่ะ!
เกี่ยวกับการจดสิทธิบัตรการบิน...
Paimon: "เรือราง" ของ Fontaine สะดวกสุดยอด! ถ้าเกิดว่าใช้ได้โดยไม่มีรางด้วยก็ดีสิ แบบนี้ไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องเปลืองแรงเองแล้ว นักเดินทาง: Paimon ก็บินอยู่ตลอดไม่ใช่รึไง? แบบนี้ก็เหนื่อยเป็นเหมือนกันเหรอ? Paimon: บิน... บิน... จริงสิ! ถ้าเกิดทำให้ "เรือราง" บินได้ งั้นก็ไม่ต้องใช้รางแล้วสิ! ฮิฮิ แบบนี้ก็เรียกมันว่า "เรือเหาะเวหา" ดีกว่า! Paimon: เร็วเข้า พวกเราไปยื่นเรื่อง... "จดสิทธิบัตร" อะไรนั่นเร็ว! จะให้ใครมาแย่งไอเดียอัจฉริยะแบบนี้ไปไม่ได้เด็ดขาดเลย! นักเดินทาง: จะจดสิทธิบัตรนี่มีแค่ชื่อไม่ได้หรอกนะ ต้องคิดวิธีทำให้เรือบินขึ้นด้วยสิ Paimon: วิธีงั้นเหรอ? อืมมม... อย่างเช่น... อย่างเช่น... ติดใบพัดอันมหึมาไว้ด้านบนเรือเป็นไง! นักเดินทาง: งั้นจะรับประกันได้ไงว่า เรือจะไม่หมุนไปกับใบพัดด้วยน่ะ? แล้วจะควบคุมทิศทางการบินยังไง? Paimon: เรื่องนี้... คือว่า... เฮ้อ ที่แท้จะบินทีมันยุ่งยากขนาดนี้เลยเหรอ? ปกติฉันไม่ยักจะสังเกตเลย... นักเดินทาง: อืม... แต่ถ้าไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องทิศทางกับความเร็วละก็ ยังมีวิธีง่าย ๆ อีกอย่างนึงนะ Paimon: เอ๋? จริงเหรอ! นักเดินทาง: หาจุดออกตัวบินที่สูงเพียงพอ จากนั้นก็จะได้บินลงล่างด้วยความเร็วสูงแล้วล่ะ Paimon: เน้! แบบนั้นมันคือการร่วงตกไม่ใช่รึไงเล่า!
เกี่ยวกับด้านมืดของวงการสื่อสิ่งพิมพ์...
Paimon: "ยอดนักสืบ Hurlock" ที่ตีพิมพ์รายตอนใน "หนังสือพิมพ์ The Steambird" ก็คงได้รวมเล่มและตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Yae ใช่มั้ยนะ นักเดินทาง: เหมือนจะเป็นอย่างนั้น Paimon: แต่ The Steambird มีกำลังตีพิมพ์กับการขนส่งที่สุดยอดขนาดนี้แท้ ๆ ทำไมถึงไม่ตีพิมพ์รวมเล่มเองล่ะ? นักเดินทาง: หึหึ นี่แหละด้านมืดของวงการสื่อสิ่งพิมพ์ Paimon: เธอทำหน้าเหมือนกับมองทะลุปรุโปร่งทุกอย่างเลยนะ! งั้นเธอก็บอกหน่อยสิว่าทำไม "The Steambird" ที่มีเส้นสายไปทั่วทั้ง Teyvat ถึงไม่ตีพิมพ์นิยายเอง นักเดินทาง: สิ่งสำคัญสุดของนิยายคือ... Paimon: สิ่งสำคัญสุดคือ...? นักเดินทาง: ภาพวาดประกอบไงล่ะ! Paimon: ขอโทษเหล่านักเขียนกับบรรณาธิการทั้ง Teyvat ที่กำลังตรากตรำปั่นต้นฉบับกับคิดไอเดียด้วยนะ! นักเดินทาง: สำนักพิมพ์ Yae มีนักวาดใต้สังกัดดี ๆ อยู่เยอะแยะ อยากซื้อตัวคนพวกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างเช่นอาจารย์ชอล์กขาวงี้ นอกจากสำนักพิมพ์ Yae แล้วก็ไม่มีใครรู้วิธีติดต่อเขาเลย Paimon: โอ้ ๆ จุดนี้ก็จริงอยู่นะ นักเดินทาง: อีกอย่างก็คือ... Paimon: คือ? นักเดินทาง: ต้องตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Yae ก่อน ถึงจะออกการ์ดร่วมกับ "เกมกลเจ็ดอัจฉริยะ" ได้! Paimon: บะ...แบบนั้นเองเรอะ! นักเดินทาง: เพราะฉะนั้นด้านมืดสุดในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ก็คือ... เนื้อเรื่องไม่สำคัญเลยสักนิด สิ่งสำคัญกว่าคือคุณค่าเชิงพาณิชย์ต่างหากล่ะ! Paimon: มืดมนสุด ๆ เลย!
เกี่ยวกับนักสืบผู้ไม่ออกจากบ้าน...
Paimon: ได้ยินมาว่าในนครว่าการ Fontaine มีนักสืบที่สามารถไขคดีได้โดยไม่ออกจากบ้านด้วย Paimon: นี่คือที่เขาเรียกกันว่าทำงานอยู่บ้านสินะ? ฟังดูสบายจังเลย! Paimon: ว่าแต่ ถ้าไม่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง แล้วจะใช้อะไรหาข้อสันนิษฐานออกมากันล่ะ... อ๋อ ฉันรู้ละ! ใช้การดูดวงรึเปล่า? นักเดินทาง: งั้นก็น่าจะเรียกว่าหมอดูมากกว่านักสืบสิ Paimon: จะ...จริงด้วย... นักเดินทาง: เบาะแสของคดีคงไม่ได้งอกขาออกมาแล้ว วิ่งโร่ไปหาถึงบ้านนักสืบเองหรอกมั้ง Paimon: แสดงว่ามีคนช่วยรวบรวมเบาะแสให้นักสืบแน่ ๆ... นักเดินทาง: บางทีคำขอที่เราได้รับจากกิลด์นักผจญภัย... ส่วนหนึ่งอาจจะเป็น... Paimon: เอ๋? งั้นค่าตอบแทนที่ควรจะให้เรา ก็ต้องถูกนักสืบนั่นแย่งไปส่วนหนึ่งน่ะสิ? แบบนี้ไม่ได้นะ! พวกเราไปประท้วงนักสืบนั่นกันเถอะ!
เกี่ยวกับสมบัติลึกลับของศูนย์วิทยาศาสตร์ Fontaine...
Paimon: ศูนย์วิทยาศาสตร์ Fontaine เป็นสถาบันวิจัยกลไกเครื่องลานและพลังงานต่าง ๆ ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงได้มีข่าวลือเรื่องสมบัติลึกลับด้วยล่ะ... Paimon: ถ้าเป็นสมบัติของจอมโจรหรือสมบัติของโจรสลัด ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอก Paimon: แต่สมบัติของนักวิจัย สมบัติของเจ้าหน้าที่เทคนิคชั้นสูง... ไม่เห็นจะฟังดูน่าตื่นเต้นตรงไหนเลย... นักเดินทาง: แล้วถ้ามีคนเป็นนักวิจัยตอนกลางวัน แต่เป็นขโมยในตอนกลางคืน... ถ้าสมบัติลึกลับที่ว่าถูกทิ้งไว้โดยบุคคลลึกลับแบบนี้ล่ะ? Paimon: อืม... ฟังดูชีวิตลำบากเนอะ... กลางวันทำงาน กลางคืนก็ต้องทำงานอีก แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปพักผ่อนล่ะ? นักเดินทาง: บางทีตัวตนของบุคคลลึกลับนี้อาจจะเป็นจักรกลเครื่องลานก็ได้นะ แบบนี้ก็ไม่ต้องพักแล้วไง Paimon: สมบัติลึกลับที่จักรกลเครื่องลานลึกลับ ผู้เป็นนักวิจัยตอนกลางวัน และเป็นขโมยในตอนกลางคืนทิ้งไว้งั้นเหรอ... ก็ฟังดูลึกลับจริงนั่นแหละ!
เกี่ยวกับข้อห้ามในนิยายสืบสวนสอบสวน...
Paimon: "ยอดนักสืบ Hurlock" เอย "แฟ้มบันทึกคดีของคุณ Orith" เอย... นิยายสืบสวนสอบสวนแบบนี้นิยมใน Fontaine ดีจังเลยเนอะ นักเดินทาง: Paimon อ่านรู้เรื่องด้วยเหรอ? Paimon: เธอจะดูถูกฉันเกินไปแล้วนะ! ถ้าฉันอ่านละก็ แค่ครึ่งเรื่องก็คงเดาคนร้ายได้แล้วเหอะ นักเดินทาง: อย่าไปสปอยล์คนอื่นเขาล่ะ Paimon: ฉันไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอกน่า นักเดินทาง: แต่มันก็มีคนจำพวกหนึ่งที่ชอบห้ามคนอื่นคุยกันเรื่องนิยาย โดยใช้ข้ออ้างว่า "อย่าสปอยล์" อยู่นะ แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาก็แค่ไม่อยากเห็นผลงานที่เกลียดได้ดิบได้ดีก็เท่านั้นแหละ Paimon: ฉันไม่ค่อยอ่านหนังสือเท่าไหร่อ่า ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย นักเดินทาง: อย่างเช่น ในขณะที่แฟนคลับเรื่อง "ศาสตร์การต่อสู้ของโอนิ" กำลังคุยกันอยู่ คนแบบนี้ก็จะโผล่มาพูดแทรกกลางปล้องว่า "ฉันยังไม่ได้อ่านบทที่สองของเล่มหนึ่งเลยนะ เลิกสปอยล์ให้ฉันฟังสักที!" อะไรอย่างนี้ Paimon: แบบนั้นมันนับว่าอ่านด้วยเหรอ! นักเดินทาง: ฉันจะบอกความลับหนึ่งให้ฟังนะ Paimon Paimon: อื้มเอาสิ แต่ทำไมจู่ ๆ ก็... นักเดินทาง: อันที่จริง... Paimon: อันที่จริง... นักเดินทาง: อันที่จริงแล้ว Zhongli นี่แหละ คือราชาแห่งหิน Paimon: สุดจะอึ้ง! เธอสปอยล์ฉันทำไมเนี่ย... ที่ไหนกันเล่า นี่มันเรื่องที่รู้กันตั้งนานแล้วไม่ใช่เรอะ!
เกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทและป้องกันตัวเอง...
นักเดินทาง: ถ้าเกิดโดนต่อยเข้าตอนอยู่ใน Fontaine ก็อย่าต่อยเขาคืนโดยไม่มีพยานรู้เห็นล่ะ Paimon: เอ๋ ทำไมล่ะ? นักเดินทาง: ถ้าไม่มีหลักฐานละก็ สุดท้ายอาจจะถูกมองว่าเป็นการทะเลาะวิวาท แทนที่จะเป็นการป้องกันตัวเอง Paimon: แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นเหรอ? นักเดินทาง: ก็ถ้าเป็นอย่างนั้น สุดท้ายคงมีโอกาสสูงที่จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนประลองในการพิจารณาคดีน่ะสิ นักเดินทาง: พอมาถึงจุดนี้ คงได้แต่ลงสนามไปต่อยตีกับอีกฝ่ายจริง ๆ แล้วล่ะ หรือไม่ก็ให้ตัวแทนประลองไปตีแทน Paimon: ...ดีนะที่เธอต่อยตีเก่งอะ
เกี่ยวกับแผนกบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ The Steambird...
Paimon: อ๊ะ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานถูกนำมาลงใน "หนังสือพิมพ์ The Steambird" ของวันนี้แล้วแฮะ... Paimon: ไหนจะยังมีอุบัติเหตุนอกเมืองที่เกิดขึ้นกลางดึกของเมื่อคืนอีก พวกเขาเขียนข่าวพวกนี้กันตอนไหนเนี่ย นักเดินทาง: แถมยังตีพิมพ์ออกมาแต่เช้าตรู่ด้วยนะ Paimon: ฮึฮึ ฉันรู้แล้ว ไม่แน่ในสำนักงานของ The Steambird อาจจะมีเครื่องตีพิมพ์เวทมนตร์ก็ได้นะ ขอแต่นักข่าวแต่ละแห่งเอารายงานข่าวมา มันก็จะกลืนบทความแบบ "งั่มงั่ม" จากนั้นค่อยถุยทั้งหมดออกมาตอนถึงเวลาตีพิมพ์ก็ได้ Paimon: ไม่แน่นะ ตอนใกล้ถึงเวลาตีพิมพ์อาจมีนักข่าววิ่งพรวดพราดเข้าไปพูดว่า "เดี๋ยวก่อน ฉันยังมีต้นฉบับข่าวอีกชุดหนึ่งที่ไม่ได้ถูกกินเข้าไป" ก็ได้ นักเดินทาง: ดูจะจินตนาการภาพแบบนั้นได้อยู่นะ แต่จากที่ฉันรู้มันไม่มีเครื่องตีพิมพ์แบบนั้นหรอก "หนังสือพิมพ์ The Steambird" สามารถตีพิมพ์ออกมาได้ปกติทุกวัน ก็เป็นเพราะพนักงานทั้งหลายต่างทำงานกันอย่างขันแข็ง ทั้งตรวจคำผิดแบบ "ฮึ่มฮึ่ม" บ้างล่ะ จัดวางเนื้อหาตามกรอบแบบ "ฟึ่บฟั่บ" บ้างล่ะ หรือไม่ก็ติดต่อคนอื่นด้วยคำพูดว่า "จะไม่ไหวแล้ว ขออีกห้านาทีเถอะนะ" บ้างล่ะ ทั้งหมดนี้เป็นเวทมนตร์ของแผนกที่ชื่อว่าบรรณาธิการทั้งนั้น Paimon: สุดยอดไปเลย แผนกบรรณาธิการของ The Steambird ใช้เวลาหนึ่งวันก็ทำหนังสือพิมพ์ออกมาได้แล้วเหรอเนี่ย อย่าบอกนะว่าพวกเขาไม่ต้องนอนกันน่ะ...
เกี่ยวกับนวนิยายของ Fontaine...
Paimon: งืม "จักรกลเครื่องลานจะฝันถึงหมอนวดล้อเฟืองบ้างมั้ยนะ?" Fontaine ก็มีนิยายแปลก ๆ ที่ชื่อยาวเหยียดเหมือนกันนะเนี่ย Paimon: แต่ถ้าเทียบกับไลท์โนเวลของ Inazuma แล้ว สำนวนการเขียนกับธีมดูจะต่างกันเลยแฮะ นักเดินทาง: ฉันอ่านเรื่องย่อมา เนื้อเรื่องเกี่ยวกับจักรกลเครื่องลานผู้รับภาระหน้าที่วาดภาพประกอบหนังสือพิมพ์ไม่ไหว เพราะปวดหลังจากการโน้มตัวเป็นเวลานาน จนสุดท้ายก็ออกเดินทางตามหาหมอนวดที่สามารถกอบกู้แผ่นหลังจักรกลของมันได้น่ะ... Paimon: ฟังดูน่าสนุกอยู่นะ นักเดินทาง: แต่มันแปลกไปหน่อยมั้ย ทำไมจักรกลเครื่องลานตัวนี้ต้องหาหมอนวดด้วย ทำไมไม่ไปขอให้วิศวกรพวกนั้นช่วยจัดการให้ล่ะ เช่น... อืม วิศวกรของศูนย์วิทยาศาสตร์ Fontaine พวกนั้นน่ะ? Paimon: เอ่อ แต่วิศวกรของศูนย์วิทยาศาสตร์ Fontaine ก็ออกจะ... นักเดินทาง: ก็จริง อื้ม ถึงเรื่องนี้จะมีจักรกลเครื่องลานเป็นตัวเอก แต่แค่ดูก็รู้แล้วว่ามนุษย์เป็นคนเขียนน่ะ ถ้าเกิดให้จักรกลเครื่องลานได้ลองจับปากกาดู พวกมันจะเขียนเรื่องราวแบบไหนออกมากันนะ? Paimon: ฉันขอลองเดาดูหน่อยแล้วกัน... "ตื่นมาอีกทีก็กลายเป็นมนุษย์มีเนื้อมีหนังแล้ว!" นักเดินทาง: โอ๊ะ Paimon ก็สร้างสรรค์ดีเหมือนกันนี่นา
เกี่ยวกับการพิพากษาและการแสดง...
Paimon: ชาว Fontaine มักจะทำการพิพากษาในโรงอุปรากร Epiclese ในขณะที่การแสดงอื่น ๆ ก็จะจัดขึ้นในนั้นด้วยเหมือนกัน แต่ว่า... นักเดินทาง: ทำไมเหรอ Paimon กำลังสงสัยอะไรอยู่? Paimon: ถ้าเกิดว่ามีคนทำการแสดงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพิพากษาในโรงอุปรากร Epiclese ล่ะ แบบนี้ทุกคนจะคิดว่าการพิพากษานั่นเป็นของจริงหรือแค่การแสดงอะ? นักเดินทาง: เป็นคำถามที่ดีนะ ไม่แน่วันรุ่งขึ้น นักแสดงที่รับบทเป็นผู้ถูกพิพากษากำลังเดินอยู่บนท้องถนน อาจถูกคนอื่นจำได้ว่า "เจ้าหมอนี่มันคนที่ถูกพิพากษาเมื่อวานนี่นา!" ก็ได้ Paimon: นั่นสิ ๆ แบบนี้จะไม่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นเหรอ? นักเดินทาง: เวลาแบบนี้ก็ต้องตะโกนเสียงดัง ๆ ออกไปว่า "อย่าเอาเนื้อหาการแสดงมาเป็นเรื่องจริงเซ่!" Paimon: แต่อันที่จริงคนที่รับบทเป็นผู้ถูกพิพากษา ก็อยากให้คนอื่นสับสนว่ามันคือการแสดงหรือการพิพากษาจริงนั่นแหละ แย่จริง ๆ เลย นักเดินทาง: แย่จริง ๆ ด้วย Paimon ทำไมเธอถึงได้คิดไอเดียแย่ ๆ แบบนี้ออกมาได้เนี่ย! Paimon: เอ๊ะ หา ผิดที่ฉันเหรอเนี่ย?
เกี่ยวกับ Fonta...
Paimon: เวลาดื่ม Fonta แล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากเลย เธอไม่รู้สึกบ้างเหรอ? นักเดินทาง: อื้ม พอได้ดื่มเข้าไป ก็รู้สึกสดชื่นมากเป็นพิเศษเลย Paimon: ซื้อให้ฉันสักแก้วได้มั้ย? ฉันอยากลองทำอย่างนั้นมาตั้งนานแล้ว! นักเดินทาง: ทำอย่างไหนนะ? Paimon: โธ่ เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดู Paimon: อึก อึก อึก อึก อึก... Paimon: ฮ่าาาาาา... Paimon: เวลาพวกคนขี้เมาชนแก้วก็ทำแบบนี้กันตลอดเลย ฉันก็อยากลองสักครั้งเหมือนกัน! นักเดินทาง: อย่าเลียนแบบตาแก่พวกนั้นสิ...
เกี่ยวกับหุ่นรักษาการณ์...
Paimon: หุ่นรักษาการณ์จะทำตามภารกิจที่ถูกตั้งค่าไว้ งั้นหมายความว่า ขอแค่ป้อนคำสั่งอะไรเข้าไป พวกมันก็จะทำหมดเลยสินะ นักเดินทาง: เธอปิ๊งไอเดียใหม่ได้งั้นเหรอ? Paimon: ใช่แล้ว ฉันแค่ต้องการ "หุ่นรักษาการณ์จัดการคำขอ", "หุ่นรักษาการณ์รวบรวมวัสดุ", "หุ่นรักษาการณ์สำรวจดันเจี้ยน"... Paimon: แล้วก็ "หุ่นรักษาการณ์ทำอาหารหอมฉุย" อีกตัว แค่นี้พวกเราก็เข้าสู่ยุคผจญภัยแบบอัตโนมัติได้แล้วล่ะ! นักเดินทาง: แต่ต้นทุนการครอบครองและใช้งานหุ่นรักษาการณ์สูงอยู่นะ ไหนจะยังมีค่าบำรุงรักษาในภายหลังอีก... นักเดินทาง: ขอฉันลองคำนวณดูหน่อยนะ อืม ขนาดต้นทุนการเก็บรวบรวมมินต์แต่ละต้นยังเฉลี่ยอยู่ที่ 6300 Mora เลย... Paimon: หา แพงขนาดนั้นเลยเหรอ! Paimon: ...จู่ ๆ ก็รู้สึกเลยแฮะว่าคุณภาพชีวิตตลอดการผจญภัยของพวกเรานี่แพงใช้ได้เลย!
เกี่ยวกับการดำน้ำ...
Paimon: โลกใต้น้ำของ Fontaine สวยจังเลย มีปลาที่ไม่เคยเห็นตั้งเยอะแยะแน่ะ! นักเดินทาง: ถ้าเกิดว่าดำน้ำในที่อื่น ๆ ได้บ้างก็คงดี Paimon: นั่นสิเนอะ ฉันก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน... Paimon: แต่ถ้าเกิดว่าทำได้จริงละก็ เธออยากลองไปดำน้ำที่ไหนเหรอ? นักเดินทาง: อืมมม... แถวท่าเรือ Liyue ไม่ก็แถว Guyun Stone Forest ละมั้ง? Paimon: โอ้! เข้าใจได้เลย! ถ้าเกิดว่าที่พวกนี้มีเรืออับปางละก็ พวกเราคงได้เจอสมบัติให้พรึบเลยแน่นอน! นักเดินทาง: แล้วก็ Inazuma กับ ศาลเจ้า Sangonomiya ด้วย ใต้น้ำของสถานที่เหล่านั้นจะต้องสวยมากแน่ ๆ เลย Paimon ล่ะ? Paimon: ฉันขอคิดหน่อยน้า... ถ้าเธอเลือก Liyue กับ Inazuma แล้ว งั้นฉันเลือกไป Cider Lake ของ Mondstadt ก็แล้วกัน! นักเดินทาง: ที่นั่นก็ไม่เลวเลย แต่ระหว่างที่เธอกำลังว่ายไปว่ายมานั้น... Paimon: ทะ...ทำไมเหรอ? นักเดินทาง: จู่ ๆ ก็ค้นพบว่ามีของบางอย่างค่อย ๆ จมลงตรงหน้าเธอ... Paimon: เอ๋?! นักเดินทาง: ของสิ่งนั้นกลมกลิ้งอวบอ้วน และมีลายสีแดงกับสีขาวสลับกัน เธอเห็นแล้วรู้เลยว่าสิ่งนี้คือ... Paimon: Jumpy Dumpty!! นักเดินทาง: ตู้มมมมมม! Paimon: แงงงงงงง! โดนระเบิดตัวลอยแล้ว!
เกี่ยวกับศิลปะ...
Paimon: ในนครว่าการ Fontaine มีศิลปินแปลก ๆ อยู่เต็มไปหมดเลย ได้ยินมาว่าพวกเขาก็ชอบขึ้นเวทีไปแสดงในโรงอุปรากรอยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน Paimon: ดูท่าชาว Fontaine จะให้ความสำคัญกับศิลปะมากเลยนะ สมกับเป็นเมืองศิลป์จริง ๆ Paimon: ไม่เหมือนกับที่ Sumeru ขนาดจะทำการแสดงยังต้องลับ ๆ ล่อ ๆ เลย... นักเดินทาง: Paimon ดูจะให้ความสนใจกับศิลปะมากเลยนะ Paimon: แหงอยู่แล้วสิ ฉันค่อนข้างมีความรู้ความเข้าใจในด้านศิลปะเลยนะ! นักเดินทาง: งั้น Paimon คิดว่า อะไรถึงจะนับว่าเป็นศิลปะล่ะ? Paimon: เรื่องนี้น่ะเหรอ... ศิลปะเป็นของที่ไม่เหมือนกับสิ่งปกติทั่วไป คงเป็นของที่เปล่งประกายเหมือนกับดวงดาวละมั้ง! นักเดินทาง: อืม... ของแบบนั้น ตรงหน้านี้เหมือนจะมีอยู่นะ Paimon: เอ๋...? Paimon: เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่าเธอพูดถึงฉันน่ะ นักเดินทาง: อื้ม ๆ พอลองคิดดูอีกที ถ้าพา Paimon ไปทำการแสดงในโรงอุปรากรละก็ ไม่แน่อาจจะได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามเลยก็ได้นะ! Paimon: ไม่เอาด้วยหรอกย่ะ!
เกี่ยวกับการซ่อมแซมปัญหา...
Paimon: แปลกจัง... ทั้ง ๆ ที่โครงสร้างของกลไกเครื่องลานก็ออกจะซับซ้อน แต่ทำไมบางครั้งพอมันมีปัญหา แค่ตบ ๆ ไม่กี่ทีก็หายแล้วล่ะ? นักเดินทาง: อาจจะมีฟันเฟืองหรือเพลาอันไหนที่หลวมก็ได้มั้ง แค่ตบไม่กี่ทีกับเขย่าอีกนิด ให้พวกมันกลับเข้าที่เข้าทางก็พอแล้ว Paimon: เอ๋? ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีอ่า... นักเดินทาง: อืม... พูดง่าย ๆ ก็คือกลไกพวกนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากแต่แรกแล้ว แค่ตบสองสามทีก็ทำให้ชิ้นส่วนกลับสู่ตำแหน่งปกติได้แล้วล่ะ นักเดินทาง: ในทางตรงกันข้าม ถ้าเกิดว่าปัญหาเกิดกับตัวชิ้นส่วนละก็ ถึงจะตบจนมันพังก็ซ่อมไม่ได้หรอก Paimon: โอ้ ๆ... มันก็เหมือนกับว่า บางคนก็แค่มึนในบางครั้ง แค่ตบกะโหลกไม่กี่ป้าบก็ได้สติแล้วงี้ แต่บางคนเป็นคนมึน ๆ อยู่แล้ว ถึงจะตบยังไงก็ยังมึนเหมือนเดิมสินะ! Paimon: ...เดี๋ยว ๆ ทำไมเธอต้องจ้องหัวฉันด้วยอะ? นักเดินทาง: วางใจเถอะ ฉันไม่ตบหรอก ถึงตบไปก็ไม่มีประโยชน์ Paimon: มันต้องแบบนี้สิ... เดี๋ยวนะ เน้!
เกี่ยวกับป้อมปราการ Meropide...
Paimon: ได้ยินมาว่าใน Fontaine มีที่ที่เรียกว่าป้อมปราการ Meropide อยู่ด้วยล่ะ เขาสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงคนที่ชื่อ Meropide รึเปล่านะ? นักเดินทาง: ฉันไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อนแฮะ แต่ก็เป็นไปได้อยู่นะ Paimon: น่าอิจฉาจังเนอะ มีป้อมปราการชื่อเดียวกันกับตัวเองอยู่ด้วยแบบนี้ ไว้เธอว่าง ๆ ก็ช่วยสร้างให้ฉันใน Serenitea Pot บ้างได้มั้ย? ฉันก็อยากมี "ป้อมปราการ Paimon" บ้างง่า นักเดินทาง: งั้นไม่ต้องไปสร้างถึง Serenitea Pot หรอก เธอแค่ไปนครว่าการ Fontaine กับฉันสักรอบก็พอแล้ว Paimon: หรือว่าเธอจะซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้านในนครว่าการ Fontaine เหรอ? แบบนั้นต้องใช้ Mora เยอะเลยนี่? นักเดินทาง: เสียไม่เท่าไหร่หรอกน่า Paimon: ว้าว เดี๋ยวนี้เธอใจป้ำกับฉันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? นักเดินทาง: เพราะแค่ซื้อขนมปังนิดหน่อย กับผักใบอีกเล็กน้อย แล้วก็ซื้อน้ำสลัด... จากนั้นก็วางเธอลงไป... Paimon: เน้! ไม่ใช่อะไรแบบนั้นสิ! เธอจะรำลึกฉันบนจานอาหารไม่ได้มั้ย! จะเล่นมุกแบบนี้ไปทั่วทุกประเทศเลยหรือไง!
เกี่ยวกับสุดยอดกลไกไขลาน...
Paimon: ได้ยินมาว่า ที่จริงแล้วชิ้นส่วนไขลานแรกเริ่มสุดมีหลักการทำงานเรียบง่ายมากเลยนะ! Paimon: แค่เอาวัตถุเป็นเส้นยาวที่มีความยืดหยุ่นสูง มาหักงอ จากนั้นก็ใช้แรงการคืนสภาพของมันในการขับเคลื่อนฟันเฟืองอะไรพวกนั้น เพื่อให้เครื่องกลทำงานน่ะ! นักเดินทาง: วัตถุเส้นยาวที่มีความยืดหยุ่นสูง... ทำไมฟังดูคุ้น ๆ จัง? นักเดินทาง: Cryo Regisvine กับ Pyro Regisvine ก็นับด้วยไม่ใช่เรอะ! Paimon: อึ๋ย! ทำไมถึงไปนึกถึงเจ้ายักษ์ใหญ่สองตัวนั้นได้ละเนี่ย! Paimon: แต่พอเธอพูดงี้ พวกมันสองตัวก็ดูหมุนเก่งกันอยู่นะ... นักเดินทาง: แถมยังมีแรงมหาศาลด้วย ถ้าเกิดมันรวบรวมพลังเต็มที่แล้วเหวี่ยงมาหาละก็... นักเดินทาง: ขนาดฉันที่สุดจะแข็งแกร่งยังต้องล้มกระเด็นไปกับพื้น! Paimon: ถ้าอย่างนั้น Cryo Regisvine กับ Pyro Regisvine... ก็เอามาทำเป็นตัวไขลานได้น่ะสิ? นักเดินทาง: จากหลักการที่สิ่งมีชีวิตธาตุน้ำแข็งเกลียดสิ่งมีชีวิตธาตุไฟ และสิ่งมีชีวิตธาตุไฟก็เกลียดสิ่งมีชีวิตธาตุน้ำแข็งแล้วละก็ การจับ Cryo Regisvine กับ Pyro Regisvine มาไว้ด้วยกันเนี่ย... นักเดินทาง: พวกมันที่เกลียดกันและกันก็จะเอาแต่หมุนไม่หยุด! นักเดินทาง: นี่มันสุดยอดกลไกไขลานเลยไม่ใช่หรือไง! ถ้าเราหาทางจับพลังงานพวกนี้มาได้ละก็ เครื่องกลกว่าครึ่งในนครว่าการ Fontaine คงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องแหล่งพลังงานอีกต่อไปแล้ว! Paimon: โอ้ โอ้ โอ้! ดูมีหลักการดีจัง! Paimon: เป็นวิธีที่อัจฉริยะไปเลย! ขนาดผู้อำนวยการของศูนย์วิทยาศาสตร์ Fontaine ก็คงจะนึกไม่ถึงแหง ๆ! Paimon: ต่อจากนี้แค่ต้องคิดหาวิธีจับ Cryo Regisvine กับ Pyro Regisvine มาไว้ด้วยกันใน Fontaine... Paimon: เดี๋ยวสิ แล้วเราจะเอาเจ้ายักษ์ใหญ่สองตัวนั้นมา Fontaine ยังไงล่ะ? นักเดินทาง: ส่วนเรื่องต้นทุนกับวิธีทำให้เป็นความจริงน่ะนะ... นักเดินทาง: รายละเอียดของเรื่องพวกนี้ไว้ค่อยคุยกันทีหลังแล้วกัน!
เกี่ยวกับร้านกาแฟใต้น้ำ...
Paimon: ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ Sumeru พวกเราได้เห็นร้านกาแฟสวย ๆ ด้วยนี่เนอะ ไม่นึกเลยว่าชาว Fontaine ก็ชอบดื่มกาแฟมากเหมือนกัน ดูจะชอบไม่แพ้ให้กับชาว Sumeru เลย! นักเดินทาง: นั่นสิ ขนาดบทความบนหนังสือพิมพ์ยังย้ำนักย้ำหนาเลยว่า กาแฟมีผลช่วยให้ตื่นตัวได้ดีน่ะ แถมยังช่วยฟื้นฟูพลังงานให้กับคนที่กำลังทำงานได้รวดเร็ว และทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงอีก Paimon: งานที่ถึงกับต้องดื่มกาแฟเพื่อฟื้นฟูพลังงานเนี่ย แค่ฟังก็เหนื่อยแล้ว... Paimon: อย่างเช่น... ช่างตีเหล็กเหรอ? เชฟกับนักผจญภัยที่ต้องเดินทางไปนู่นไปนี่ก็น่าจะดื่มกาแฟกันบ่อย ๆ สินะ? แล้วก็ยังมี... นักประดาน้ำ? นักเดินทาง: เอ๋ นักประดาน้ำ? Paimon ยกตัวอย่างอาชีพที่แสนจะสุดยอดขึ้นมาเลยนะเนี่ย! นักเดินทาง: ตอนนักประดาน้ำทำงานอยู่ใต้น้ำนี่ จะดื่มกาแฟยังไงกันนะ? Paimon: นั่นสิ คำถามนี้สำคัญมากเลยนะ! Paimon: เวลาอยู่ใต้น้ำจะถอดหมวกดำน้ำออกก็ไม่ได้ หรือต้องใช้ตู้กระจกอันใหญ่มาครอบตัวเองเอาไว้ จากนั้นก็สูบน้ำด้านในออกให้หมด แล้วค่อยดื่มกาแฟในขวดอย่างสบายใจงี้เหรอ... Paimon: ไม่สิ ถ้าเป็นแบบนั้น แค่ใส่กาแฟในขวดแล้วใส่หลอดอันยาว ๆ จากนั้นก็ยัดปลายหลอดอีกด้านเข้าหมวกดำน้ำ เอียงหัวนิดหน่อยก็ดื่มได้แล้ว! นักเดินทาง: แบบนั้นกาแฟก็เย็นชืดหมดน่ะสิ! นักเดินทาง: กาแฟที่ไม่ร้อนไม่เย็น ไม่อร่อยเลยสักนิด! Paimon: ไม่เป็นไรหรอกน่า อย่างมากก็เอาเตาไปดำน้ำด้วยเลย Paimon: เธอดูนะ เตาทำอาหารที่ชาว Fontaine ทั่วไปใช้มีช่องเปิดด้านบนแค่อันเดียว ขอแค่ปิดผนึกมันไว้ให้แน่นพอ ถึงจะเอาลงน้ำ เตามันก็ไม่น่าจะดับหรอกมั้ง... Paimon: เอ๊ะเดี๋ยวนะ... มันบังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ? หรือว่า... เตา Fontaine มันเอามาใช้แบบนี้ได้อยู่แล้ว? นักเดินทาง: ทาด๊า! ไม่คิดเลยว่าจะถูก Paimon ค้นพบเข้าซะแล้ว! จุดประสงค์ที่แท้จริงในการออกแบบเตาอาหารของ Fontaine! Paimon: สมกับเป็นฉันจริง ๆ! Paimon: จะว่าไปแล้ว การเปิดร้านกาแฟใต้น้ำก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นี่นา! ต้องมีนักประดาน้ำมาดื่มกาแฟเยอะแยะแน่ ๆ เลย นี่มันเป็นโอกาสทางธุรกิจนะ โอกาสทางธุรกิจ! Paimon: ขอแค่พวกเราเปิดร้านกาแฟใต้น้ำ Mora ก็จะกลิ้งหลุน ๆ เข้ากระเป๋าของพวกเราเอง ไม่แน่อาจมีโอกาสขยับขยายเป็นย่านการค้าใต้น้ำก็ได้... Paimon: ฮี่ฮี่! Mora ที่หามาได้ด้วยมันสมองทางธุรกิจนี่ ให้ความรู้สึกภูมิใจดีเนอะ! นักเดินทาง: แต่ต้องขอเตือน Paimon ก่อนนะว่า... ห้ามใช้ชื่อของฉันไปขอกู้ยืมกับธนาคารเชียว!
เกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ The Steambird...
Paimon: "สำนักข่าว The Steambird" เจ้านั้นเหมือนจะอยู่ในนครว่าการ Fontaine นะ ไม่รู้ว่าปกติแล้วบนหนังสือพิมพ์จะเขียนรายงานข่าวอะไรไว้บ้าง Paimon: เธอว่าจะมีรายงานข่าวเรื่องพวกเรากับ Dvalin บ้างรึเปล่า? แล้วก็เรื่องโชกุน Raiden ด้วย... จริงสิ ยังมีเรื่องที่สถาบันอีกด้วย! นักเดินทาง: บนหนังสือพิมพ์ The Steambird น่าจะมีหลายคอลัมน์อยู่นะ แต่ละคอลัมน์ก็จะเขียนข่าวที่ต่างกันออกไป Paimon: อ้อ! งั้นข่าวหน้าหนึ่งก็ต้องเป็นประสบการณ์การผจญภัยของพวกเราอยู่แล้วปะ ทั้งน่าติดตามและสะดุดตาสุด ๆ! นักเดินทาง: อืมมม... ฉันว่าก็ไม่แน่หรอกนะ อาจจะเคยขึ้นสักครั้งสองครั้งนั่นแหละ แต่เวลาส่วนมาก ข่าวหน้าหนึ่งน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับละครหรือไม่ก็นักแสดงพวกนั้นมากกว่า นักเดินทาง: อย่างนักแสดงคนไหนโผล่มาดื่มกาแฟข้างทางบ้างล่ะ นักแสดงสักคนประกาศเปิดตัวคบหาดูใจบ้างล่ะ หรือไม่ก็นักแสดงคนไหนจะวางมือจากวงการบ้างล่ะ Paimon: ทำไมต้องใส่ข่าวไร้สาระพวกนี้เอาไว้ในที่ที่เด่นสะดุดตาด้วยล่ะ? นักเดินทาง: จะบอกว่าไร้สาระก็ไม่ได้ นี่เป็นเนื้อหาที่ทุกคนคุยกันได้สนุกปากนี่นา แป๊บ ๆ ก็เผลอตัวซื้อมานั่งอ่านอย่างละเอียดซะแล้ว Paimon: เฮ้อ... เอาเถอะ งั้น... คอลัมน์ด้านในล่ะ? หลังซื้อหนังสือพิมพ์มาแล้ว ด้านในต้องมีเนื้อหาน่าสนใจที่ดึงดูดให้คนอ่านต่อบ้างสิ นักเดินทาง: งั้นก็คงจะเป็นข่าวดีเกี่ยวกับนครว่าการ Fontaine ละมั้ง อย่างเช่น พวกอาหารเอย วัสดุเอยได้ปรับราคาลง หรือมีการขยับขยายเส้นทางน้ำเพิ่มไปมากเท่าไหร่งี้... นักเดินทาง: ข่าวพวกนี้จะถูกจัดอยู่ในส่วนที่กางหนังสือพิมพ์ออกปุ๊บก็จะเห็นปั๊บ ทำหน้าที่ "ฆ่าเวลา" น่ะ นักเดินทาง: ถึงเรื่องเกี่ยวกับสถาบันจะเป็นข่าวใหญ่ข่าวโต แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตชาว Fontaine เท่าไหร่ Paimon: ฮื่อ... งั้นการผจญภัยของพวกเราจะถูกใส่ไว้ตรงไหนล่ะ? นักเดินทาง: ฉันว่า น่าจะอยู่หน้าหลังสุดของหนังสือพิมพ์เลยมั้ง Paimon: ไหงถึงได้อยู่หน้าหลังสุดเลยล่ะ! นักเดินทาง: นี่คือข่าวที่คนทั่วไปเรียกกันว่า "ข่าวปิดท้าย" ไงล่ะ นักเดินทาง: พวกเขาคงจะใส่สีตีไข่การผจญภัยของพวกเราจนยาวเหยียด จากนั้นก็แบ่งบทความนี้ออกเป็นหลายตอน แล้วตีพิมพ์สี่ห้าวันถึงจะหมดเลยละมั้ง Paimon: งั้นคอลัมน์นี้มีไว้ทำอะไรล่ะ? นักเดินทาง: มีไว้เพื่อให้หนังสือพิมพ์ "มีเหตุผลในการดำรงอยู่" บ้างยังไงล่ะ
เกี่ยวกับจักรกลเครื่องลาน...
Paimon: คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีจักรกลเครื่องลานที่เต้นรำเป็นด้วย... ถึงเข้าไปใกล้แล้วจะอันตราย แต่ดูจากที่นั่งผู้ชมก็ไม่เลวเลย Paimon: ถ้าเกิดมีจักรกลเครื่องลานที่ทำการแสดงได้ ร้องเพลงได้ละก็... จะต้องครื้นเครงมากแน่เลย! นักเดินทาง: ถ้าเกิดว่ามีจักรกลผู้ชมด้วยละก็ แบบนั้นคงกลายเป็นว่า... จักรกลเครื่องลานแสดงเอง จักรกลเครื่องลานดูเอง จักรกลเครื่องลานทำเพื่อจักรกลเครื่องลานกันเอง Paimon: ไม่รู้ทำไมถึงฟังดูน่ากลัวนิด ๆ แฮะ... Paimon: ให้จักรกลเครื่องลานไปทำอย่างอื่นดีกว่า! จริงสิ! ถ้าเกิดว่ามีจักรกลเครื่องลานที่วาดรูปได้ ภาพที่ออกมาจะเหมือนกับที่ได้จากกล่องถ่ายรูปมั้ยนะ นักเดินทาง: แบบนั้นใช้กล่องถ่ายรูปเลยไม่ดีกว่าเหรอ? Paimon: ก็จริงแฮะ... งืม... Paimon: อ๋อย ไม่ไหวแล้ว... สมองฉันคิดใช้งานเกินลิมิตแล้ว เธอล่ะ? ถ้าเกิดว่าตอนนี้เสกจักรกลเครื่องลานแบบไหนออกมาก็ได้ เธออยากให้มันทำหน้าที่อะไร? นักเดินทาง: อืม หน้าที่แบบผู้นำทางอะไรงี้... นักเดินทาง: ปี๊บปี๊บ ฉันคือจักรกลไกด์นำทาง โปรดตรงไปตามถนนด้านหน้า ปี๊บปี๊บ Paimon: อะ เอ้อ จะว่าไปแล้ว การบำรุงรักษาจักรกลเครื่องลานเนี่ย นอกจากจะต้องใช้ความรู้เฉพาะทางแล้ว ต้นทุนก็สูงมากเลยนะ! แถมไม่รู้ด้วยว่า หลังออกจาก Fontaine แล้วจะทำงานต่อได้ปกติรึเปล่า... Paimon: ไกด์นำทางที่ดีที่สุดใน Teyvat ไม่ตกงานง่าย ๆ หรอกนะ! นะ...น่าจะไม่แหละเนอะ?
เกี่ยวกับสระน้ำพุ...
Paimon: จะว่าไปแล้วเนี่ย มีคนโยน Mora ลงในสระน้ำพุของเกาะ Erinnyes ทุกวี่ทุกวันเลยเนอะ นักเดินทาง: อื้อ ได้ยินมาว่าภูตที่อาศัยอยู่ในสระน้ำพุจะฟังคำอธิษฐานของผู้คนน่ะ เพราะงั้นถึงได้มีธรรมเนียมแบบนี้ละมั้ง Paimon: โอ้! แบบนี้แปลว่าภูตสระน้ำพุก็ต้องการ Mora เหมือนกันงั้นเหรอ? Paimon: ดีจังเลยน้า วัน ๆ ก็ไม่ต้องทำอะไร ขอแค่อาศัยอยู่ในน้ำพุก็ได้รับ Mora จากคนอื่นแล้ว... นักเดินทาง: ฉันว่าน่าจะไม่ใช่แบบนั้นนะ... Paimon: "นักเดินทางผู้อ่อนเยาว์เอ๋ย ข้าได้ยินเสียงคำอธิษฐานของเจ้าแล้ว ดาบที่เจ้าทำตกลงมาเป็น Dull Blade หรือว่า Silver Sword กันล่ะ?" นักเดินทาง: เหมือนจะไม่ใช่ของมีค่าทั้งสองอย่างเลยนะ Paimon: รีบเลือกเร็ว ๆ เถอะน่า นักเดินทาง: "หญิงสาวในสระน้ำพุเอ๋ย สิ่งที่ข้าทำตกลงไปไม่ใช่ทั้ง Dull Blade หรือ Silver Sword เล่มนี้ แต่เป็นคู่หูที่ร่วมเดินทางด้วยต่างหาก" Paimon: ชะ ช่วยไม่ได้ละนะ... งั้นให้ภูตสระน้ำพุมาเป็นคู่หูที่ดีที่สุดของเธอเองแล้วกัน!
เกี่ยวกับละคร...
Paimon: ละครของ Fontaine มีหลากหลายแนวดีจัง นอกจากแนวเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์กับตำนานแล้ว ยังมีละครเกี่ยวกับเทพนิยาย และก็แนวรักโรแมนติกร่วมสมัยอีก... นักเดินทาง: เหมือนจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับผจญภัยอีกเยอะแยะด้วยนะ Paimon: นั่นสิ อย่างเรื่อง "Tancrede และ Chariclea" ที่เราเพิ่งดูกันเมื่อกี้ด้วย โอ้โห ถ้าเกิดว่าพระเอกจำนางเอกได้ในตอนนั้นละก็... นักเดินทาง: เห็นว่าดัดแปลงมาจากประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นจริงแน่ะ Paimon: ฮืมมม ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นวันหนึ่งการผจญภัยของพวกเราจะถูกดัดแปลงเป็นละครบ้างมั้ยนะ? Paimon: พวกเราผจญภัยเจอเรื่องมาตั้งเยอะนี่นา ไม่แน่อาจจะมีนักเขียนบทละครที่สนใจเอาเรื่องราวของเราไปแสดงบนเวทีก็ได้! Paimon: พอเป็นแบบนั้น พวกเขาก็ไม่ต้องนั่งคิดหัวแตกเพื่อแต่งเรื่องโศกนาฏกรรมอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ยังไงทุกคนก็อยากดูเรื่องราวที่จบอย่างสวยงามอยู่แล้ว ใช่มั้ยล่ะ? นักเดินทาง: ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเรามาคิดเรื่องระดับเสียงการร้องล่วงหน้ามั้ย? Paimon: อืมมม ถ้าเป็นเธอละก็ น่าจะเป็นเสียง Baritone ในแบบชายหนุ่มมั้ย? ส่วนฉันน่าจะเป็น... นักเดินทาง: เสียง Coloratura Soprano? Paimon: ไหงเป็นงั้นเล่า!
เกี่ยวกับเมลูซีน...
Paimon: ได้ยินมาว่าเมลูซีนทุกตนจะมีของประจำตัวตั้งแต่เกิดล่ะ และพวกเขาจะถือว่าของประจำตัวนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณของตนเอง นักเดินทาง: ถ้า Paimon เป็นเมลูซีนละก็... ของประจำตัวนี้จะเป็นอะไรนะ? Paimon: ก็ต้องเป็นส้อมสิ! สื่อถึงการกินของอร่อยทั่วโลกไงล่ะ! นักเดินทาง: ไม่ใช่ Mora หรอกเหรอ? Paimon: จริงด้วย ถ้าเป็น Mora ก็หมายความว่าฉันจะกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีน่ะสิ ต่อไปอยากได้อะไร ก็ซื้อ ซื้อ ซื้อเลยอะดิ? Paimon: อืมมม... ลังเลจัง ฉันอยากได้หมดเลยอะ! นักเดินทาง: งั้นเป็นส้อมที่ทำจาก Mora เป็นไง... แบบนี้ก็มีครบสองอย่างล่ะ Paimon: เป็นไอเดียที่ดีมากเลย! Paimon: ถ้าเป็นแบบนั้นละก็ ของประจำตัวเธอก็ต้องเป็นหม้อแน่ ๆ เพราะเธอมีหน้าที่ทำของอร่อยให้ฉันกินไงล่ะ! นักเดินทาง: ผิดแล้ว ไม่ใช่หรอก ของประจำตัวฉันเป็น Paimon ต่างหาก Paimon: ฮิฮิ จริงเหรอ? นักเดินทาง: แบบนี้ของทุกอย่างของ Paimon ก็จะเป็นของฉันไงล่ะ Paimon: เอ่อ งั้นก็ได้ เพื่อนสนิทก็ต้องแบ่งปันของกันและกันอยู่แล้วเนอะ นักเดินทาง: แต่ของของฉันก็ยังเป็นของของฉันนะ Paimon: เน้!
เกี่ยวกับพระราชวัง Mermonia...
Paimon: เออจริงสิ ตอนอยู่ในเมืองพวกเราเอาแต่ได้ยินกันว่า คนที่ทำงานในพระราชวัง Mermonia ยุ่งกันมากเลยนี่นา Paimon: แต่รอบก่อนตอนที่ไปพระราชวัง Mermonia ข้างในไม่เห็นจะมีคนเยอะตรงไหนเลยนี่? Paimon: คนที่เห็นก็ดูทำตัวออกจะชิล ๆ ว่างงาน... ไม่รู้ว่าดูยุ่งตรงไหนกันแน่... นักเดินทาง: บางทีพวกเขาอาจกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องที่ "เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ" อยู่ก็ได้นะ Paimon: มันจะไปมีเรื่องแบบนั้นได้ยังไงเล่า งานที่เร่งด่วนจะไม่สำคัญได้ยังไง? นักเดินทาง: มีสิ อย่างเช่นนะ... จู่ ๆ วันหนึ่ง Paimon อาจจะบินไม่ได้อีกต่อไป และร่วงลงจากกลางอากาศ... Paimon: จะเป็นไปได้เหรอ? ตอนนี้ฉันยังบินได้สบาย ๆ อยู่เลย... นักเดินทาง: เพราะฉะนั้นพวกเราเลยต้องซื้อรถเข็นเบาะนิ่ม ๆ มารองไว้ด้านล่าง Paimon ตลอดเวลา นักเดินทาง: รถเข็นอันนี้ต้องพึ่งพาได้พอ ไม่ว่าจะเดินเส้นทางไหนก็ต้องเคลื่อนไปตาม Paimon เบาะบนรถก็ต้องนุ่มนิ่ม... นักเดินทาง: ไหนจะยังมีคุณภาพของเชือกจูง วัสดุตัวรถเข็น และก็ของปฐมพยาบาลกับขนมที่ต้องจัดการเตรียมเอาไว้อีก... นักเดินทาง: เพราะยังไงแล้ว เรื่องนี้ก็เร่งด่วนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ Paimon ต้องบาดเจ็บน่ะนะ Paimon: อย่างนั้นเองเหรอ? ฮิฮิ... ไม่ต้องครอบคลุมรอบด้านขนาดนั้นก็ได้น่า Paimon: แต่ฉันบินมาตั้งนานขนาดนี้แล้ว คงไม่จู่ ๆ ก็บินต่อไปไม่ได้หรอก ไม่เห็นต้องเป็นห่วงขนาดนั้นเลย นักเดินทาง: เนี่ย เห็นมะ นี่ก็คือเรื่อง "ไม่สำคัญ" ไม่ใช่หรือไง? นักเดินทาง: ถ้าเกิดว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริง ๆ ก็จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่รุนแรงขึ้น เพราะฉะนั้นมันถึง "เร่งด่วน" ไงล่ะ นักเดินทาง: แต่ถ้าพิจารณาจากหลายแง่แล้ว เรื่องนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใด เพราะงั้นมันก็เลย "ไม่สำคัญ" นักเดินทาง: ถ้าเกิดว่าคนคนหนึ่งถูกส่งไปจัดการงานแบบนี้ ไม่ว่าจะอยากแอบอู้หรืออยากทำตัวให้ยุ่ง เขาก็จัดการตัวเองได้ทั้งนั้น Paimon: ตะ แต่ว่า! ถ้าเกิดจู่ ๆ ฉันก็เกิดบินไม่ได้แล้ว ร่วงตกลงมาจริง ๆ จะทำไงอะ?! นักเดินทาง: งั้นฉันจะเป็นคนรับ Paimon ไว้เอง Paimon เป็นคู่หูคนสำคัญของฉันนะ ไม่ใช่เรื่องที่ "เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ" สักหน่อย
เกี่ยวกับอัญมณีของบุตรแห่งเสียงสะท้อน...
Paimon: จะว่าไปแล้ว ในหุบเขานี้มีอัญมณีแวววาว เต็มไปหมดเลยเนอะ! Paimon: โอกาสแบบนี้หายากแบบนี้ เราลองขุดดูแถวนี้กันเถอะ ถ้าโชคดี ไม่แน่อาจจะขุดเจออัญมณีที่เจ๋งมากก็ได้นะ ต่อไปก็ไม่ต้องห่วงว่า Mora จะไม่พอใช้อีกแล้วล่ะ! นักเดินทาง: เอ๋? Paimon แยกประเภทของอัญมณีออกด้วยเหรอ? Paimon: เอ่อ เรื่องนี้... ขอแค่เป็นของที่ส่องประกายวิบวับ มันก็ต้องเป็นของดีแน่นอน! อื้ม น่าจะเป็นแบบนี้แหละ ไม่ผิดแน่! นักเดินทาง: ฟังแล้วเหมือนกับมังกรร้ายในนิทาน ที่ชอบสะสมสมบัติเป๊ะเลย Paimon: ฮึฮึ ในเมื่อมาถึง Natlan แล้ว ก็ไม่ควรเรียกว่า "มังกรร้าย" แต่ควรเรียกว่า "Saurian ผู้ทรงปัญญา" มากกว่านะ! Paimon: "นักเดินทาง ผู้กล้าหาญและชาญฉลาด ข้า Saurian ผู้ทรงปัญญาผู้นี้ จะนำทางเจ้าไปยังอัญมณี ที่ล้ำค่าที่สุดก็แล้วกัน..." นักเดินทาง: ทั้ง ๆ ที่ยังแยกประเภท ของอัญมณีไม่ออกเนี่ยนะ?
เกี่ยวกับพงศ์พิดานพฤกษา
Paimon: ดูเหมือนชาวเผ่าพงศ์พิดานพฤกษา จะชอบกีฬากลางแจ้ง ที่ดูอันตรายพวกนั้นมากเลยนะ Paimon: ไม่ว่าจะเป็น การปีนเขาซึ่งไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน, สเกตโดดร่ม, วิ่งแข่งบนภูเขาไฟ หรือโดดบันจีจัมป์จากหน้าผา... แค่คิดก็ใจสั่นจะแย่แล้ว! นักเดินทาง: งั้นเหรอ? ที่จริงการผจญภัยของพวกเรา ก็อันตรายเอาเรื่องนะ มีทั้งภูเขา Dragonspine ที่ลมหนาวเย็นโหมกระหน่ำ, พายุฟ้าคะนองที่ช็อตจนตัวชา, ทะเลทรายที่บดบังทัศนวิสัย และแดนมรณะที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตเติบโตได้... Paimon: เอ่อ พอพูดแบบนี้ พวกเราก็เจอเรื่องอันตราย มาตลอดทางเลยนะ... นักเดินทาง: แต่พวกเราแข็งแกร่งพอตัว เรื่องที่คนทั่วไปมองว่าเป็นการผจญภัย สำหรับเราแล้วมันก็เป็นแค่เรื่องปกติทั่วไป ไม่แน่ว่า เผ่าพงศ์พิดานพฤกษา ก็อาจจะเป็นแบบนี้เหมือนกันมั้ง Paimon: เดี๋ยวนะ เดี๋ยวก่อน! ฉันไม่ได้กล้าหาญเหมือนเธอซะหน่อย อย่าเหมารวมสิ Paimon: พวกคนแข็งแกร่งอย่างพวกเธอน่ะ เข้าใจกันเองก็ดีแล้ว ถ้าเกิดเรื่องอันตรายขึ้นจริง ๆ ละก็ ฉะ...ฉันจะหลบอยู่ข้างหลังเธอนะ
เกี่ยวกับน้ำพุร้อนของ Natlan...
Paimon: บรรยากาศของ "เหล่าวารี" นี่ผ่อนคลายดีจังเลย ทุกคนถ้าไม่ใช่กำลังแช่น้ำพุร้อนอยู่ ก็กำลังจะไปแช่น้ำพุร้อน... นักเดินทาง: ได้ยินมาว่า มีคนที่ชอบน้ำพุร้อนบางคน จ้างนักดนตรีมาเล่นเพลงสบาย ๆ ในระหว่างที่แช่น้ำพุร้อนโดยเฉพาะ เพื่อให้ร่างกาย และจิตใจได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ Paimon: ว้าว พูดซะฉันอยากลองบ้างเลย... นักเดินทาง: คราวหน้าตอนที่ Paimon แช่น้ำพุร้อน ฉันจะเล่นดนตรี Aranara ให้ฟังละกัน Paimon: เอ๋ แต่ฉันยังเล่นดนตรีไม่เป็นเลย พอถึงตาเธอแช่น้ำพุร้อนแล้ว จะทำไงล่ะ... นักเดินทาง: งั้น Paimon ร้องเพลงแทนสิ อืม... เลือกเพลงโอเปร่าของ Fontaine มาสักเพลงเป็นไง? Paimon: มันก็ยากเกินไปปะ! ไม่แน่ว่า นอกจากฟังแล้วจะไม่ผ่อนคลาย อาจปวดหัวกว่าเดิมก็ได้นะ! Paimon: งั้นลองฟังเพลงแรปที่เป็นเอกลักษณ์ของ Natlan ดีมั้ย ฉันเพิ่งเรียนมาเมื่อกี้นี้เอง อะแฮ่ม... Paimon:"เฮ้ และนี่คือเสียงจาก Paimon ผู้ท่องไปทั่วโลกไม่พักผ่อน เจอเรื่องอันตรายไม่หยุดหย่อน..." Paimon: "โย่ ฉันเคยเจออสูรบุ๋งบุ๋งจากแหล่งน้ำสารพัน ยอดฝีมือแห่งหอกและดาบของสำนัก Guhua ก็ซี้กัน..." นักเดินทาง: จังหวะมันได้! นักเดินทาง: ฟังแล้วอยากจะแช่น้ำไปพลาง เคาะจังหวะบนผิวน้ำไปพลาง ใช้เสียงน้ำที่กระเซ็นขึ้นมา เป็นจังหวะประกอบเพลง! Paimon: เหมือนปาร์ตี้ดนตรีเลย! ถ้ามีคนมาช้า ก็สไลด์เข้ามาในน้ำพุร้อน แล้วมาแจมกับจังหวะของทุกคนได้เลย! นักเดินทาง: หืม? เดี๋ยวนะ ดูเหมือนเราจะลืมไปว่า การแช่น้ำพุร้อนมีไว้เพื่อผ่อนคลายนะ...
เกี่ยวกับผองสรรพสิ่ง...
Paimon: เธอไม่รู้สึกว่านักรบสวมหน้ากาก เท่มากเลยเหรอ? นักเดินทาง: ก็จริงนะ ดูเท่แล้วก็ลึกลับดี Paimon: ใช่มั้ย ใช่มั้ย เธอว่าฉันสวมหน้ากาก แล้วไปแข่งมวยปล้ำที่เผ่าผองสรรพสิ่งดูมั้ย จะได้สร้างฉายาใหม่ให้ตัวเองด้วย! Paimon: ฉันคิดไว้หมดแล้ว ใช้ชื่อว่า: "นักรบ Saurian ผู้ไม่มีวันถอดหน้ากากของเธอ!" Paimon: กลางวันก็เป็นนักผจญภัยที่มีชื่อเสียง กลางคืนก็เป็นนักรบ Saurian ที่ทรงพลัง เป็นไง เท่มากเลยใช่มั้ยล่ะ! นักเดินทาง: ก็เท่อยู่หรอก แต่มีปัญหาอยู่อย่างนึง Paimon: หืม? ปัญหาอะไรเหรอ? นักเดินทาง: รูปร่างของเธอเนี่ย มองแค่แวบเดียวก็จำได้แล้วมั้ง...
เกี่ยวกับสิ่งทอ...
Paimon: ตำนานและเรื่องเล่าของ Natlan ส่วนใหญ่ถูกถักทอไว้บนสิ่งทอ เวลาอ่าน มันให้ประสบการณ์ที่ต่างจาก หนังสือของประเทศอื่นมากเลยเนอะ นักเดินทาง: อืม ว่ากันว่า มันมีต้นกำเนิดมาจาก "จ้าวแห่งลมราตรี" พวกชาแมน จะใช้สิ่งทอเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ และตำนานของเผ่า ต่อมาสิ่งทอก็ถูกนำมาใช้ ในการเขียนเรื่องราวต่าง ๆ และหัวข้อก็หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ Paimon: ฮี่ฮี่ ฉันเองก็บันทึกเรื่องราว ที่เราเจอมาระหว่างทางไว้บ้างดีกว่า ถ้าวันหนึ่งเธอตั้งเผ่าที่ชื่อว่า "นักเดินทาง" ขึ้นมาละก็ จะได้มีหนังสือประวัติศาสตร์พร้อมอ่านเลย! Paimon: อีกอย่าง ปกติก็เอามันมาทำเป็นผ้าคลุมตัวได้ด้วย ตอนตั้งแคมป์ ก็เอามันมาทำเป็นที่นอนได้อีก... นักเดินทาง: เป็นบันทึกการผจญภัยที่ "ทนแดดทนฝน" จริง ๆ นะ
เกี่ยวกับผองสรรพสิ่ง และวงศ์ปีกบุปผา...
Paimon: ได้ยินมาว่า คนในเผ่าผองสรรพสิ่ง แข็งแรงมากเลยล่ะ นักเดินทาง: งั้นถ้าเกิดว่า Paimon ไปอยู่ที่นั่น Paimon จะกลายเป็น Paimon นักกล้ามมั้ยนะ? Paimon: ฉันไม่อยากกลายเป็นแบบนั้นซะหน่อย! นักเดินทาง: งั้นถ้าไปอยู่ที่เผ่าวงศ์ปีกบุปผาล่ะ พวกเขาบินเก่งมากเลยนะ ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยพัฒนา เทคนิคการบินของ Paimon ก็ได้นะ Paimon: เอ๋ บินฟิ้ว ๆ ก็ได้แล้วหนิ ยังต้องใช้เทคนิคอะไรอีกเหรอ? นักเดินทาง: ฉันแค่อยากให้ Paimon พาฉันบินขึ้นไปด้วยก็พอแล้วล่ะ Paimon: แบบนี้เกินไปแล้วมั้ง! จะคิดยังไงก็ไม่น่าเป็นไปได้หรอก! นักเดินทาง: งั้นเธอกลายเป็น Paimon นักกล้ามก่อนก็ได้นี่นา Paimon: นี่! ที่จริงก็แค่อยากดูกล้ามสินะ!
เกี่ยวกับวิธีทำให้ Saurian มีความสุข...
Paimon: ฮี่ฮี่ Natlan มี Saurian น่ารักเยอะแยะเต็มไปหมด ฉันจะต้องสนิทกับพวกมันให้ได้เลย! นักเดินทาง: หืม? Paimon ดูมั่นใจมากเลยนะ Paimon: แน่นอนอยู่แล้ว ฉันยังเตรียมเคล็ดลับ สำหรับเรื่องนี้มาเป็นพิเศษเลยด้วย! นักเดินทาง: เคล็ดลับ? เคล็ดลับอะไรกัน? Paimon: ง่ายมาก! อันดับแรก เธอต้องชมมันก่อน แบบนี้มันจะรับรู้ถึงความหวังดีของเธอ แล้วก็คลายความระแวงลง จากนั้นก็ลูบหัวมันเบา ๆ แค่นี้ก็จะสนิทกับมันได้แล้วล่ะ! Paimon: สุดท้าย และเป็นสิ่งสำคัญที่สุดด้วย! ของอร่อยไงล่ะ! แค่แบ่งปันของอร่อยกับ Saurian ก็จะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันแล้ว! เป็นไง ฉันเก่งใช่มั้ยล่ะ! นักเดินทาง: ...เอ่อ ฉันรู้สึกว่า... ลูกไม้พวกนี้ก็ใช้กับ Paimon ได้เหมือนกันนะ... Paimon: นี่! ห้ามใช้ลูกไม้เมื่อกี้กับฉันนะ! นักเดินทาง: หืม? ที่จริงฉันหมายความว่า Paimon น่ารักเหมือน Saurian ตัวน้อยของ Natlan ต่างหากล่ะ! Paimon: หึ เธอก็แค่พูดแบบขอไปทีไปเท่านั้นแหละ ฉันไม่หลงกลหรอกนะ! นักเดินทาง: แต่ฉันชม Paimon จากใจจริงเลยนะ คิดไม่ถึงเลยว่า จะทำให้เธอไม่พอใจซะแล้ว เพื่อเป็นการขอโทษ ฉันเลี้ยง Sweet Madame เธอก็แล้วกัน ดีมั้ย? Paimon: จริงเหรอ? เยี่ยมไปเลย Sweet Madame! ฉันอยากกินตอนนี้เลย! Paimon: แต่จะว่าไป ทำไมเธอถึงยิ้มแปลก ๆ เนี่ย? หรือว่าฉันพลาดอะไรไป?
เกี่ยวกับการสำรวจทางโบราณคดี...
Paimon: ได้ยินมาว่า ความเร็วเป็นหัวใจสำคัญ ในการสำรวจทางโบราณคดีของ บุตรแห่งเสียงสะท้อน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ? นักเดินทาง: อาจเพราะที่นี่มีโบราณวัตถุเยอะเกินไปมั้ง... Paimon: เอ๋? งั้นก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ! นักเดินทาง: ยิ่งมีโบราณวัตถุเยอะ ก็ยิ่งมีคู่แข่งเยอะน่ะสิ! อย่างเช่น เมื่อวานเธอเห็นแผ่นหิน ที่เจ๋งมากอยู่ก้อนหนึ่ง และตั้งใจจะมาย้ายไปในวันถัดไป แต่พอถึงวันที่สอง ก็พบว่ามีคนมาชิงตัดหน้าไปซะแล้ว! Paimon: ...เอ่อ ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี... นักเดินทาง: ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวานเธอเตรียมจะแอบกินขนมที่เหลืออยู่ แต่กลับพบว่ามันหายไปก้อนนึง... Paimon: อ๊า! แบบนี้มันน่ากลัวจริง ๆ ด้วย! Paimon: ...เดี๋ยวนะ แล้วเธอรู้ได้ไงว่า เมื่อวานขนมฉันหายไปก้อนนึง?
เกี่ยวกับวิธีแก้ไขความขัดแย้ง...
Paimon: ว่ากันว่าที่ Natlan มีวิธีแก้ไขความขัดแย้ง ที่ไม่ต้องใช้กำลังอยู่นะ นักเดินทาง: ในประเทศแห่งสงคราม มีวิธีแบบนี้ด้วยเหรอ? Paimon: ใช่แล้วล่ะ ฉันได้ยินมาว่า คนในเผ่าบุตรแห่งเสียงสะท้อนบางคน มีประเพณีที่ใช้การประชันเต้นรำ มาแก้ไขปัญหาข้อพิพาทด้วยล่ะ! นักเดินทาง: การประชันเต้นรำ? เธอหมายถึง ทุกคนนัดเวลาและสถานที่... Paimon: อื้ม ๆ นักเดินทาง: แล้วก็เริ่มแข่งขันท่าเต้นสุดเก๋กันน่ะเหรอ... Paimon: ใช่ ๆ นักเดินทาง: จนกว่าฝ่ายหนึ่งจะหมดแรง และล้มลงไปตรงนั้น? Paimon: ถูกต้อง! Paimon: ...เอ๋ ไม่ถูกสิ แบบนั้นก็ยังต้องใช้กำลังอยู่ดีนี่นา!
เกี่ยวกับโอกาสทำเงิน...
Paimon: ฮิฮิ ฟังฉันนะ ฉันเจอโอกาสทำเงินครั้งใหญ่เข้าให้แล้วล่ะ! นักเดินทาง: หืม โอกาสอะไรเหรอ? Paimon: ดูสิ มีคนเดินผ่าน แถวลานประลองเพลิงศักดิ์สิทธิ์ตั้งเยอะ ถ้าพวกเราทำธุรกิจที่นี่ได้ จะต้องรวยแน่เลย! นักเดินทาง: โอ้? งั้น Paimon จะขายอะไรล่ะ? Paimon: โพชั่นเล่นแร่แปรธาตุของ Mondstadt เป็นไง? นักเดินทาง: ดูเหมือนจะมีคนขายของแบบนี้แล้วนะ... Paimon: งั้นแร่ต่าง ๆ ของ Liyue ล่ะ? นี่ต้องทำเงินได้อื้อซ่าแน่ ๆ! นักเดินทาง: เผ่าบุตรแห่งเสียงสะท้อน ก็ทำเรื่องพวกนี้อยู่ไม่ใช่เหรอ... Paimon: อ้อ จริงด้วย... อ๊ะ! ฉันคิดออกแล้ว พรมของ Sumeru ไงล่ะ อันนี้ต้องปังมากแน่ ๆ! นักเดินทาง: น่าเสียดาย ยังมีเผ่าจ้าวแห่งลมราตรีอยู่นะ Paimon: งะ...งั้นเราก็ใช้รั้วปิดล้อม ลานประลองเพลิงศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ด้าน! จากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าแข่งขันหรือผู้ชม ก็ต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะเข้าไปได้ นักเดินทาง: รั้วของเธอยังไม่ทันสร้างเสร็จ เธอก็น่าจะถูกจับไปก่อนแล้วล่ะ... Paimon: ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะเนี่ย... อยากรวยมันยากขนาดนั้นเลย
เกี่ยวกับช่างทำผม Saurian...
Paimon: คู่หู Saurian สามชนิดที่เราเจอใน Natlan นี่พิเศษมากเลยเนอะ Paimon: Tepetlisaurus ที่มีหัวดึ๋ง ๆ, Koholasaurus ที่มีหลังลื่น ๆ และ Yumkasaurus ที่มีหูกับหัวฟู ๆ นักเดินทาง: ถ้าได้กอด Yumkasaurus ที่มีหูกับหัวฟู ๆ นอน ต้องหลับฝันดีแน่เลย... Paimon: แต่ Paimon จำได้ว่า ขนของสัตว์หลายชนิดมันจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าแบบนี้จะทำให้พวกมัน ไปไหนมาไหนลำบากรึเปล่านะ? Paimon: ก็อย่างเช่น ถ้าขนบนหูกับบนหัวของ Yumkasaurus ยาวเกินไป มันอาจจะบังตา จนมองไม่เห็นทางข้างหน้า แบบนั้นก็อันตรายอยู่นะ... นักเดินทาง: ในเมื่อ Paimon คิดถึงจุดนี้แล้ว งั้น Paimon ก็ช่วยตัดผมให้ Yumkasaurus สิ! Paimon: เอ๋ ฉันเหรอ? นักเดินทาง: พอเธอกลายเป็นช่างทำผม Saurian ชื่อดังของ Natlan แล้ว เราต้องรวยแน่นอน! Paimon: จริงด้วย ไม่คิดเลยว่าจะรวยด้วยวิธีนี้ได้ด้วย! Paimon: ฉันจะช่วยตัดผมให้ Yumkasaurus ทุกตัวใน Natlan เอง ฮี่ฮี่ เงินหอม ๆ... Paimon: ไม่สิ Mora ก็อีกเรื่องนึง แต่ถ้าได้เป็นเพื่อนกับ Yumkasaurus ทุกตัวใน Natlan ก็น่าสนุกดีนะ นักเดินทาง: แต่ว่า Yumkasaurus มัน... ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเลย ใช้กรรไกรธรรมดา ๆ ไม่รู้ว่าต้องตัดนานแค่ไหน บางทีอาจจะตัดได้แค่วันละตัวเองนะ นักเดินทาง: ถ้าอยากจะเป็นช่างทำผมชื่อดัง Paimon ก็ต้องฝึกฝีมือให้มากกว่านี้นะ อย่างน้อยก็ต้องฝึกจนกว่าจะยก... กรรไกรที่ใหญ่เท่า Dull Blade ขึ้นมาได้! Paimon: Dull Blade... นั่นมันอาวุธของเธอไม่ใช่เหรอ? นักเดินทาง: พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันนี่นา ไปกันเถอะ ๆ ฉันจะสอนบทเรียนคาบแรกให้เธอในป่า Paimon: อย่าเอาการฝึกมาเป็นข้ออ้าง ให้ฉันจัดการมอนสเตอร์นะ!
เกี่ยวกับ "นามโบราณ"...
Paimon: ว่ากันว่านักรบของ Natlan ที่ได้รับการยอมรับจาก Wayob และได้รับเลือกจะได้รับ "นามโบราณ" ด้วย น่าอิจฉาจัง... ถ้าฉันได้มี "นามโบราณ" เป็นของตัวเองบ้างก็ดีสิ! นักเดินทาง: เอ๋? แต่ Paimon มีฉายาเยอะแล้วไม่ใช่เหรอ? Paimon: เอ๋? จริงด้วย! Paimon: ฉันเป็น "เพื่อนที่ดีที่สุด" และ "ผู้นำทางที่น่าเชื่อถือมาก" ของเธอ แถมยังเป็น "ผู้ช่วยนักวิจัยกิตติมศักดิ์ระดับสูง", "ยัยนักบินเก๋ไก๋" และ "สหายดาราสีเงิน" ด้วย... พอมาคิดดูแล้ว ก็เป็นผู้กล้าที่เก่งมากเลยเนอะ! Paimon: ถ้าชาว Natlan จะบันทึกการผจญภัยใน Natlan ของฉันกับ นักเดินทาง ฉันจะใช้ฉายาพวกนี้ให้หมดเลย! นักเดินทาง: ฮะ? แบบนั้นจะไม่ยาวเกินไปรึไง? นักเดินทาง: ลองคิดดูสิ ถ้าชาว Natlan ใช้ฉายาของพวกเขาด้วย เรื่องราวบนสิ่งทอก็จะกลายเป็นแบบนี้... นักเดินทาง: "วันนี้ 'Uthabiti' Kachina หรือ Nanatzcayan จาก 'บุตรแห่งเสียงสะท้อน' และเพื่อนผู้กระตือรือร้นของเธอ 'Umoja' Mualani หรือ Meztli จาก 'เหล่าวารี' ได้พบกับ 'Malipo' Kinich หรือ Huitztlan จาก 'พงศ์พิดานพฤกษา' และคู่หูที่ร้ายกาจของเขา 'K'uhul Ajaw' ระหว่างทางไป Mictlan ใน 'จ้าวแห่งลมราตรี'..." Paimon: หยุดดด! พูดซะยาวเหยียดขนาดนี้ ผ้าทอคงยาวพอที่จะปูจากตรงนี้ ไปถึงลานประลองเพลิงศักดิ์สิทธิ์ แล้วปูกลับมาอีกรอบได้... แต่ยังไม่ได้พูดถึงข้อมูลสำคัญอะไรเลย! Paimon: อืม ถ้าต้องเลือกแค่ฉายาเดียวล่ะก็... งั้นก็เป็น "เพื่อนที่ดีที่สุด" ละกัน!
เกี่ยวกับลานประลองเพลิงศักดิ์สิทธิ์...
Paimon: จะบอกอะไรให้นะ ฉันสงสัยเกี่ยวกับ ลานประลองเพลิงศักดิ์สิทธิ์มาตลอดเลย Paimon: รูปแบบการแข่งขัน มันเป็นแบบสะสมคะแนนใช่มั้ย? ทุกคนต้องแข่งกันแบบทีมย่อยก่อน แล้วค่อยมาแข่งกัน แบบตัวต่อตัวตามรอบที่กำหนด จากนั้นก็จัดอันดับ ตามคะแนนรวมที่ได้รับ... Paimon: ทำไมต้องใช้กติกาแบบนี้ด้วยล่ะ? นักเดินทาง: น่าจะเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น ให้กับรอบสุดท้ายมั้ง บางทีผู้ชมอาจจะชอบดู ตอนที่เกมพลิกล็อกก็ได้ Paimon: ก็มีเหตุผลนะ แต่ก็อาจมีความเป็นไปได้อีกอย่างนึง คือเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ว่า มีผู้เข้าแข่งขันแค่สองคน และฝีมือการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายก็สูสีกัน แบบนี้จะตัดสินแพ้ชนะยังไงล่ะ... นักเดินทาง: อืม... ถ้าแบบนั้นคงต้องมีพักครึ่งเวลาบ้างล่ะ Paimon: ใช่มั้ยล่ะ! ลองนึกภาพดูสิ ถ้า Tatankasaurus กับ Yumkasaurus แข่งกันในสนาม Tatankasaurus ถนัดการโจมตีอย่างรุนแรง ส่วน Yumkasaurus ถนัดเรื่องการหลบหลีก ก็เลยแข่งกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ... Paimon: ผู้ชมที่มุงดูอยู่พากันหิวจะตายอยู่แล้ว เลยต้องบอกว่า หยุดก่อน ๆ ไว้ค่อยมาแข่งกันใหม่คราวหน้า Paimon: แต่พอแข่งกันอีกรอบ ก็ยังตัดสินแพ้ชนะไม่ได้อยู่ดี แถม Yumkasaurus ยังละเมิดกฎ โจมตี Tatankasaurus จากด้านหลังจนทำให้มันได้รับบาดเจ็บ และถูกสั่งให้พักชั่วคราวอีก Paimon: แบบนี้ก็จะกลายเป็นซีรีส์หลายภาคอย่าง "Tatanka ปะทะ Yumka", "Tatanka ปะทะ Yumka 2", "Tatanka ปะทะ Yumka: การกลับมาของ Saurian ศักดิ์สิทธิ์" และ "Tatanka ปะทะ Yumka: เหนือภูเขาไฟ"... Paimon: หืม? เราหาคนมาถ่าย เป็นภาพยนตร์หลายภาคก็ได้นี่นา! แบบนี้ยังทำเงินมหาศาลได้ด้วยนะ นักเดินทาง: มันเป็นความคิดที่ไม่เลวก็จริงนะ แต่ว่า... เผ่าพงศ์พิดานพฤกษา คงไม่ชอบใจที่เธอเอา Saurian ของพวกเขา มาใช้เป็นตัวร้ายหรอกมั้ง! Paimon: ฉันยังหาไอเดียที่ดีกว่านี้ไม่ได้แค่นั้นเอง!
เกี่ยวกับนักผจญภัยของ Natlan...
Paimon: ปกติชาว Natlan จะไม่ออกไปจาก Natlan ใช่มั้ย? นักเดินทาง: อืม มันก็มีเหตุผลอยู่ไง Paimon: อืม พอพูดแบบนี้แล้ว ถ้าพวกเขาอยากเป็นนักผจญภัย ก็คงจะไม่สะดวกเท่าไหร่สินะ? Paimon: เธอลองคิดดูสิ ถ้าไปประเทศอื่นไม่ได้ ก็จะมีคำขอเป็นกองที่ทำไม่ได้... ไปผจญภัยในโบราณสถานที่ไม่รู้จักก็ไม่ได้ แถมยังหา Mora ได้ไม่เยอะอีก น่าสงสารจังเลย นักเดินทาง: ฟังดูมีเหตุผลดีนะ แต่ในความเป็นจริง ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนี้นะ Paimon: เอ๋? นักเดินทาง: ฉันได้ยินมาว่าในเผ่า "เหล่าวารี" มีกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "ผู้เบิกทาง" อยู่ เพราะพวกเขาเข้าใจภูมิศาสตร์ และโบราณสถานของ Natlan เป็นอย่างดี พอนักผจญภัยจากประเทศอื่น ๆ มาถึง Natlan ก็จะจ้างพวกเขาเป็นผู้นำทาง นักเดินทาง: แบบนี้ไม่ว่านักผจญภัยพวกนี้ จะหาสมบัติเจอรึเปล่า แต่สุดท้ายก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน ให้พวกเขา ถ้าใช้เวลานาน พวกเขาอาจจะหาเงิน ได้มากกว่านักผจญภัยอีกนะ Paimon: แบบนี้นี่เอง... เดี๋ยวนะ ถ้าพวกเขารู้จักโบราณสถานของ Natlan ดี ทำไมถึงไม่ไปหาสมบัติเองล่ะ? นักเดินทาง: ถ้าเกิดว่า มันไม่มีสมบัติตั้งแต่แรกล่ะ? Paimon: โอ้โห รู้สึกเหมือนได้รู้ความลับอะไรเจ๋ง ๆ เลยแฮะ...
เกี่ยวกับกราฟฟิตี้...
Paimon: ชาว Natlan ชอบวาดภาพตามที่ต่าง ๆ จังเลยเนอะ ฉันจำได้ว่าพวกเขาเรียกว่า โฟลจิสตันอะไรสักอย่าง... นักเดินทาง: "ตราสลักโฟลจิสตัน" ต่างหากล่ะ แต่มีเพียงแค่ภาพ ที่สลักอยู่บนแผ่นหินพิเศษเท่านั้น ถึงจะนับว่าเป็น "ตราสลักโฟลจิสตัน" ที่แท้จริง ส่วนพวกนี้ก็เป็นแค่กราฟฟิตี้เท่านั้นแหละ นักเดินทาง: อย่างเช่นภาพนี้เหมือนจะบอกว่า "เฮ้ ที่นี่คือถิ่นของเรา 'บุตรแห่งเสียงสะท้อน' พ่อทุกสถาบัน!" Paimon: ฟังดูน่าสนใจดีนะ! ถ้างั้น นักเดินทาง พวกเราก็มาวาดกราฟฟิตี้ ของตัวเองบ้างดีกว่า นักเดินทาง: ฉันชอบไอเดียนี้นะ แต่เราจะวาดอะไรกันดีล่ะ? Paimon: แน่นอนว่าต้องเป็นภาพ ของผู้นำทางที่เก่งที่สุดใน Teyvat ไงล่ะ! ฮิฮิ ไปวาดบนกำแพงหินตรงนั้นละกัน... นักเดินทาง: โอเค งั้นหน้าที่จิตรกรก็ยกให้ฉันสินะ ขอคิดก่อนนะ ถ้าเป็น Paimon ละก็ ต้องวาดหน้าที่โมโหก่อน... Paimon: อ่าฮะ... ไม่ใช่เซ่! ช่างเถอะ ๆ ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาส ค่อยให้จิตรกรมืออาชีพของ Natlan มาวาดให้เราดีกว่า
เกี่ยวกับคู่หู Saurian ของ Natlan...
นักเดินทาง: ชาว Natlan นี่มองว่า Saurian เป็นคู่หูของพวกเขาจริง ๆ เหรอ... Paimon: ใช่แล้ว พวกเขาก็เหมือน นักเดินทาง กับฉันไงล่ะ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่ยอมห่างกันเลย! นักเดินทาง: ในเมื่อ Paimon เป็นคู่หูของฉัน และ Saurian เป็นคู่หูของชาว Natlan งั้นถ้าให้ Paimon แข่งกับ Saurian ล่ะก็ ใครจะชนะกันนะ? Paimon: ทำไมจู่ ๆ ก็คิดอะไรแปลก ๆ แบบนี้ขึ้นมาล่ะ! นักเดินทาง: ถ้าลองคิดดูดี ๆ แล้ว Paimon ขุดดินเหมือน Tepetlisaurus ไม่ได้ แล้วบินเร็วเหมือน Qucusaurus ก็ไม่ได้อีก... Paimon: ตะ...ต้องมองจากมุมอื่นสิ! อย่างเช่น Paimon บินเร็วกว่า Tepetlisaurus อีก และยัง... เอ่อ ยังแยกแยะรสชาติของ Chicken-Mushroom Skewer ได้เก่งกว่า Qucusaurus ด้วย! นักเดินทาง: แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เธออยู่เคียงข้างฉันมานานกว่า Saurian ตัวไหนทั้งนั้น Paimon: ใช่แล้ว ๆ! ฮี่ฮี่ ยังไงฉันเป็นผู้นำทางที่เก่งที่สุดใน Teyvat เลยนี่นา... นักเดินทาง: ถ้างั้นคู่หูของฉัน พวกเรามาเริ่มการผจญภัย ของวันนี้กันเลยดีมั้ย? Paimon: เฮ้อ รู้สึกว่าทักษะการแยกแยะรสชาติ จะเริ่มขึ้นสนิมแล้วสิ กิน Chicken-Mushroom Skewer สักไม้ก่อน แล้วค่อยออกเดินทางกันเถอะ!
เกี่ยวกับ Ajaw...
Paimon: ที่จริงฉันอยากจะถามเธอมานานแล้ว... เธอไม่สงสัยเลยเหรอ? ท่าทางของ Ajaw น่ะ... นักเดินทาง: มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ? Paimon: ปัญหาใหญ่มากเลยนะ! เขาไม่เหมือน Saurian ตัวอื่นเลย Ajaw พูดได้ แถมยังพูดมากด้วย! เขาไม่เดินบนพื้นดิน แต่เอาแต่บินไปรอบ ๆ Kinich อยู่ตลอด อีกอย่างนะ มีมังกรที่ไหน ใส่แว่นกันแดดพิลึกแบบนั้นกันล่ะ! นักเดินทาง: อืม... Paimon: จะ...จู่ ๆ มาจ้องฉันแบบนั้นทำไม... นักเดินทาง: จะว่าไปแล้ว Paimon ก็พูดมากอยู่นะ บินได้ด้วย แถมยังสวมแว่นพิลึก ๆ ตอนอยู่ที่ Fontaine ด้วยนี่นา? Paimon: โอ๊ย... ไม่เอาน่า! Paimon: อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้สิ ที่จริงแล้วสิ่งที่ฉันอยากจะถามคือ... รูปร่างของ Ajaw น่ะ เหมือนกระดาษกระดาษแข็งเลยนะ... แบน ๆ ยังไงไม่รู้... หรือว่าทั้งเมือง Natlan ไม่เคยสนใจประเด็นนี้เลยเหรอ? นักเดินทาง: ก็ฟังดูมีเหตุผลนะ แต่อาจจะเป็นเพราะ ทุกคนชินกับมันแล้วก็ได้ นักเดินทาง: เรื่องความเป็นมาและเรื่องส่วนตัวแบบนี้ บางทีคงต้องไปถาม Ajaw เองถึงจะได้คำตอบ Paimon: แต่ว่า เธอคิดว่า Ajaw จะพูดความจริงมั้ย? ฉันว่าเขาจะแต่งเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ มาหลอกเราซะมากกว่า... Paimon: หรือไม่ก็... ตั้งใจหลอกเรา เพื่อให้เรากลายเป็นกระดาษแข็งแบน ๆ แบบเขา... นักเดินทาง: อืม... Paimon ตัวแบน ๆ... ที่จริงฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน... Paimon: จะ...จะมองฉันแบบนั้นทำไมเนี่ย! ฉันไม่อยากกลายเป็น Paimon กระดาษแข็งนะ... ฮือออ!
เกี่ยวกับการวาดลวดลายบนร่างกายของชาว Natlan...
Paimon: จะว่าไปแล้ว ฉันก็สังเกตว่า บนร่างกายของชาว Natlan แต่ละคนมีการวาด... เอ่อ... สีน้ำ? กราฟฟิตี้? ที่ไม่เหมือนกันด้วย ถึงจะดูไม่เข้าใจ แต่ดูเท่มากเลยนะ! นักเดินทาง: ฉันก็เห็นเหมือนกัน! ได้ยินว่า พวกเขาใช้สีวาดลวดลายบนร่างกาย สีชนิดนี้มันทำมาจากโฟลจิสตัน ซึ่งต่างจากวัสดุที่ใช้ทำสีทั่วไป Paimon: เอ๋? อย่างงั้นเหรอ? นักเดินทาง: แต่ถ้า Paimon สนใจ ฉันจำได้ว่า มีบริการทดลองวาดลวดลาย บนร่างกายสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นพิเศษด้วยนะ โดยจะใช้สีทั่วไปแทน Paimon: จริงเหรอ ๆ? ในเมื่อ "ไหน ๆ ก็มาแล้ว"... งั้น... นักเดินทาง: เอาสิ ๆ แต่ว่าชนเผ่าแต่ละเผ่าชอบสี และลวดลายที่แตกต่างกันนะ Paimon เลือกแบบที่ชอบได้เลย Paimon: งั้นฉันเลือก... เอ่อ เลือก... โอ๊ย! แต่ละแบบก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฉันเลือกไม่ได้เลยเนี่ย! Paimon: ฮึ มีแต่เด็ก ๆ เท่านั้นแหละที่จะเลือก ฉันเอาทั้งหมดนี่แหละ! นักเดินทาง: ว้าว... ไม่นึกเลยว่า ตอนนี้รสนิยมด้านความงามของ Paimon จะเป็น "ยิ่งเยอะยิ่งดี"... ถึงจะไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกว่ามันแปลกรึเปล่า แต่ฉันจะสนับสนุนเธอแน่นอน! Paimon: ฉันไม่ได้บอกว่า จะวาดบนตัวพร้อมกันรวดเดียวซะหน่อย ฉันหมายถึงเปลี่ยนลายทุกวัน หกวันไม่ซ้ำลายต่างหาก! นักเดินทาง: อ๋า น่าเสียดายจัง... ดูเหมือนว่า คงทำได้แค่จินตนาการว่า Paimon ลายพร้อยจะเป็นยังไงแล้วสิ... Paimon: ไม่ต้องมาเสียดายเลยนะ! แล้วก็หยุดจินตนาการ พิลึกพิลั่นแบบนี้ได้แล้ว!
เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันกับ Saurian...
Paimon: ความสัมพันธ์ของชาว Natlan กับ Saurian นี่ดีจังเลย พวกเขาทั้งอยู่ร่วมกัน สู้รบไปด้วยกัน บินไปด้วยกัน... นักเดินทาง: เหมือนฉันกับ Paimon เลยนะ แต่น่าเสียดายที่ Paimon ตัวโตกว่านี้ไม่ได้ แถมให้ฉันขี่หลังเวลาบินไม่ได้ด้วย... ทั้ง ๆ ที่กิน Chicken-Mushroom Skewer ไปตั้งเยอะขนาดนั้น Paimon: ฮึ แต่ Saurian ของเธอก็เป็นผู้นำทางให้เธอไม่ได้นี่นา แถมคุยกับเธอไม่ได้ด้วย นักเดินทาง: ที่จริงก่อนหน้านี้มียุคสมัยที่มนุษย์และ Saurian ต่อสู้กันเพื่อชิงชัยชนะ การที่ได้มาอยู่ร่วมกันอย่างสันติแบบนี้ คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสินะ Paimon: ถ้าฉันเป็น Saurian ล่ะก็ ขอแค่มีอาหารมากพอ ฉันก็ไม่อยากสู้กับใครแล้ว นักเดินทาง: แต่ถ้าวันนึง Paimon ต้องกิน Chicken-Mushroom Skewer เป็นร้อยไม้ แล้วมนุษย์ไม่มีอาหารมากพอ แบบนั้นจะทำยังไงล่ะ? Paimon: งั้นฉันก็กินแค่ 50 ไม้ละกัน... นักเดินทาง: หรือไม่ก็ให้มนุษย์กับ Paimon นัดกันไปออกล่าด้วยกัน จะได้มีอาหารมากขึ้น แบบนี้จะได้กินอิ่มท้องกันทั้งสองฝ่าย Paimon: อ๋อ! กุญแจสำคัญของสันติภาพก็คือ ต้องมีเนื้อเยอะ ๆ สินะ!
เกี่ยวกับภูเขาไฟ...
Paimon: ที่ Natlan มองเห็นภูเขาไฟยักษ์นั่นได้จากทุกที่เลย เธอว่าแมกมาที่พวยพุ่งออกมาจากใต้ดินพวกนั้นมาจากไหนกันนะ? นักเดินทาง: มีคำกล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยนะ ว่ากันว่า ส่วนลึกที่สุดของใต้ดินของ Natlan มีมังกรไฟโบราณตัวใหญ่หลับใหลอยู่ และมันมีไฟแรกสุดของโลก อยู่ในร่างกายของมัน เปลวไฟลุกโชนไม่มอดดับอยู่ภายในตัวของมัน และมีรูพ่นไฟมากมาย ที่ด้านหลังของมัน ซึ่งจะปะทุออกมาเป็นไฟเป็นระยะ ๆ และเมื่อพวกมันกระเด็นลงมายังพื้นดิน ก็จะกลายเป็นลาวาของภูเขาไฟ Paimon: จริงเหรอเนี่ย งั้นถ้ามังกรไฟตื่นขึ้นมา ก็จะเกิดเรื่องน่ากลัวขึ้นกับ Natlan น่ะสิ? นักเดินทาง: ใช่แล้ว เพราะงั้นเทพแห่งไฟจึงต้อง รวบรวมพลังของชนเผ่าต่าง ๆ เพื่อปลอบโยนมังกรไฟอยู่เป็นประจำ และให้มันหลับใหลอยู่ในความฝันต่อไป Paimon: ไม่ใช่สิ เทพแห่งไฟต้องต่อกรกับการกัดกร่อนของ Abyss ต่างหาก! นักเดินทาง: จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องราวที่ฉันอ่าน จากสิ่งทอม้วนนึงที่ซื้อมาจากแผงขายของน่ะ Paimon: ฉันว่าแล้วเชียว...
เกี่ยวกับคำสาปแห่งราตรี...
Paimon: เคยมีอัศวินผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งถูกสาป ทำให้เขาจะปรากฏตัวเป็นตาลุงขี้เมาในตอนกลางวันเท่านั้น Paimon: พอตกกลางคืน ถึงจะสามารถแสดงรูปลักษณ์ที่แท้จริงของอัศวินมืออาชีพ ที่เป็นผู้ใหญ่ และกล้าหาญออกมาได้... นักเดินทาง: ไม่มีวิธีลบล้างคำสาปนี้เหรอ? Paimon: มีเพียงการได้รับความเคารพอย่างจริงใจเท่านั้น ถึงจะลบล้างคำสาปของตาลุงขี้เมาได้ นักเดินทาง: งั้นฉันจะเป็นคนที่มาลบล้างคำสาปนี้ก็แล้วกัน Paimon: ทะดาาา! คำสาปถูกลบล้างแล้ว ตอนนี้แกรนด์มาสเตอร์ Varka สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นตาลุงขี้เมา หรืออัศวินที่พึ่งพาได้แล้วล่ะ Paimon: จากนั้น Varka ก็พูดว่า ฉันเป็นตาลุงขี้เมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ขอโทษทีนะ เพราะงั้นทั้งกลางวันและกลางคืนจะมีแต่ตาลุงขี้เมาเท่านั้นแหละ นักเดินทาง: แบบนี้ก็ได้เหรอ! Paimon: ตำนานที่เล่ากันใน Natlan บอกว่า มีสาวน้อยที่ต้องคำสาปคนหนึ่ง ที่กลางวันเป็นยายแก่ที่เย่อหยิ่งและจองหอง แต่กลางคืนกลับกลายเป็นสาวน้อยที่ไร้เดียงสา Paimon: มีเพียง... เอ่อ มีเพียงการคุยกับเขาในหัวข้อที่เขาชอบเท่านั้น ถึงจะสามารถลบล้างคำสาปได้ นักเดินทาง: ฉันเดาตอนจบได้แล้วล่ะ ถ้าเป็นรุ่นพี่ Faruzan ละก็ คงจะพูดว่า "ฮ่าฮ่าฮ่า แก่แล้วจะทำไม คนหนุ่มสาวอย่างพวกเธอมีปัญหางั้นเหรอ?" Paimon: ใช่แล้ว ส่วน Citlali ก็จะ... นักเดินทาง: Citlali จะต้องพูดด้วยความน้อยใจและหงุดหงิดว่า "ฉันเป็นแค่สาวน้อยธรรมดาอยู่แล้วนะ!" Paimon: ดูเหมือนจะไม่ใช่คำสาปสินะ?
เกี่ยวกับวิถีวิญญาณ...
Paimon: 500 Mora...1,000 Mora...1,200 Mora... นักเดินทาง: เธอทำอะไรน่ะ? Paimon: อุ๊ย! ตกใจหมดเลย! Paimon: ฮิฮิ เธอรู้มั้ย ช่วงนี้ฉันเก็บเงินได้เยอะเลยนะ อีกไม่กี่วันฉันจะไปซื้อกระดานโต้คลื่นที่ "เหล่าวารี"! Paimon: จากนั้นฉันก็จะได้ขี่มันล่องไปตาม "วิถีวิญญาณ" เหมือน Mualani ไงล่ะ นักเดินทาง: Paimon น้อย... โต้คลื่น... Paimon: เดี๋ยวก่อน ทำไมสายตาของเธอถึงดูไม่น่าไว้ใจแบบนั้นล่ะ? นักเดินทาง: ฉันจะคิดถึงเธอนะ ช่วงที่เราเดินทางด้วยกันมา ฉันมีความสุขทุกวันเลยนะ... Paimon: เดี๋ยวนะ! อย่าพูดอย่างกับว่าฉันจะไม่กลับมาสิ! Paimon: ฉันเตรียมตัวไว้แล้ว! ต่อให้ร่วงลงมาก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงฉันก็บินได้อยู่แล้วนี่นา Paimon: แต่พอคิดดูแล้ว วิถีวิญญาณมันสูงขนาดนั้น แถมชันมากด้วย แล้ว Mualani เขาเล่นอยู่บนนั้นได้ยังไงกันนะ? นักเดินทาง: สำหรับ Mualani แล้ว การขี่ไปตามวิถีวิญญาณไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอะไรนะ ดูจากรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา ตอนที่เขาทำท่าทางยาก ๆ ก็รู้แล้ว Paimon: แบบนี้ก็หมายความว่า ฉันมันไม่ได้เรื่องน่ะสิ?!
เกี่ยวกับเทพแห่งไฟ...
Paimon: คิดไม่ถึงเลยว่าเทพแห่งไฟจะถูกเลือกมาจาก "จาริกเพลิงศักดิ์สิทธิ์หวนคืน"! Paimon: ถ้าฉันชนะการแข่งขันละก็ จะมีโอกาสได้เป็นเทพแห่งไฟตนใหม่บ้างมั้ยนะ? นักเดินทาง: หืม? Paimon มั่นใจดีนี่นา Paimon: หึหึ อย่ามาดูถูกฉันนะ ที่จริงฉันเคยเรียนรู้ "ทักษะ" ของเทพมาหลายตนแล้วนะ นักเดินทาง: อะไรนะ? Paimon: อย่างเช่น A Buoyant Breeze, Slow-Cooked Bamboo Shoot Soup, Halvamazd, "Pour la Justice"... นักเดินทาง: ที่แท้ก็เป็นทักษะการทำอาหารนี่เอง! Paimon: ใช่แล้วล่ะ ฉันเสนอว่า พอ Natlan กลับสู่ความสงบสุขแล้ว เรามาเพิ่มการแข่งทำอาหารในจาริกเพลิงศักดิ์สิทธิ์หวนคืนด้วยกันดีกว่า! Paimon: ฉันรอแทบไม่ไหวแล้วที่จะได้เรียนรู้ "พลังที่ร้อนแรง" ของเทพแห่งไฟ
เกี่ยวกับการพักผ่อน...
Paimon: จะว่าไปแล้ว ช่วงนี้ไม่ได้เจอ Xilonen เลยนะ ครั้งก่อนที่เจอ เขายังนอนหลับพาดอยู่บนต้นไม้ต้นนึงอยู่เลย นักเดินทาง: แล้วครั้งก่อนของครั้งก่อนนั้น ก็น่าจะสวมแว่นกันแดดนอนตากแดดอยู่บนหลังคา Paimon: แล้วครั้งก่อนของครั้งก่อนของครั้งก่อนนั้น ก็ดูเหมือนว่าจะนั่งดื่มน้ำผลไม้อยู่บนเก้าอี้โยกที่ทำขึ้นเอง... Paimon: เดี๋ยวนะ ทำไมเรื่องเกี่ยวกับ Xilonen ที่พวกเราจำได้ ถึงเป็นตอนที่เขากำลังพักผ่อนอยู่หมดเลยล่ะเนี่ย! นักเดินทาง: คนที่ปกติแล้วทำงานอย่างขยันขันแข็ง พอได้หยุดพักผ่อน ก็จะสร้างความประทับใจให้คนได้ลึกซึ้งกว่าเดิมน่ะ Paimon: จริงเหรอ? พอคิดดูแล้ว ตอนทำงานฉันก็ขยันมากเหมือนกันนะ Paimon: ครั้งก่อนที่ไล่ตามเจ้า Tepetlisaurus ตัวน้อยตัวนั้น ฉันต้องบินสูงมาก ๆ เลยเพื่อชี้ทางให้เธอ Paimon: แล้วก็ยังมีครั้งนั้นที่ช่วยผู้ส่งสารของเผ่า "พงศ์พิดานพฤกษา" ตามหาพัสดุอีก ต้องไปช่วยเขาเก็บ Cacahuatl ด้วย จะว่าไปแล้วก็มีแต่เรื่องเหนื่อย ๆ ทั้งนั้นเลย Paimon: ฮึ ต่อไปเวลาพวกเราไปทำคำขอ ฉันจะแอบอู้ให้เยอะ ๆ เลย แล้วก็จะไม่ให้เธอจับได้ด้วย! นักเดินทาง: ฉันจะพยายามไม่จับผิดละกันนะ Paimon แอบอู้ให้สบายใจเถอะ Paimon: ทำไมเธอถึงดีขนาดนี้ล่ะ? งั้นในตอนที่เธอแอบอู้ ฉันเองก็จะพยายามไม่จับผิดเธอเหมือนกัน... Paimon: แหม พอคิดแบบนี้แล้ว พวกเราไปแอบอู้ด้วยกันเลยเถอะ Paimon: โอเค เอาตามนี้นะ! ตอนนี้ก็คือเวลาแอบอู้ โดยที่จะไม่จับผิดว่าอีกฝ่ายกำลังแอบอู้อยู่ เร็วเข้าสิ มานอนอาบแดดกันเถอะ
สกิลธาตุ - 1
...เฮอะ!
สกิลธาตุ - 2
...ฮ่า!
สกิลธาตุ - 3
เขี้ยววายุ!
สกิลธาตุ - 4
เฮอะ!
สกิลธาตุ - 5
ย่าห์!
สกิลธาตุ - 6
อุกกาบาต!
สกิลธาตุ - 7
ฮ่า!
สกิลธาตุ - 8
รับไปซะ!
สกิลธาตุ - 9
เงาสายฟ้า!
สกิลธาตุ - 10
ย้า!
สกิลธาตุ - 11
สลายไปซะ!
สกิลธาตุ - 12
เจริญเติบโต!
สกิลธาตุ - 13
ฮ่า!
สกิลธาตุ - 14
ไปซะ!
สกิลธาตุ - 15
คลื่นน้ำ!
สกิลธาตุ - 16
ย้า!
สกิลธาตุ - 17
จงลุกไหม้!
สกิลธาตุ - 18
แผดเผา!
สกิลธาตุ - 19
ฮ่า!
สกิลธาตุ - 20
ไฟพันธนาการ!
สกิลธาตุ - 21
หลอมรวมไฟ!
ท่าไม้ตาย - 1
ฮั่ยย่ะ...
ท่าไม้ตาย - 2
หายไปซะ
ท่าไม้ตาย - 3
ปลิวไปเลย!
ท่าไม้ตาย - 4
ฮ่า——!
ท่าไม้ตาย - 5
จงสั่นสะท้าน!
ท่าไม้ตาย - 6
จงแหลกเป็นผุยผง
ท่าไม้ตาย - 7
เฮอะ——!
ท่าไม้ตาย - 8
สายฟ้าพิฆาต!
ท่าไม้ตาย - 9
ฟ้าคำราม!
ท่าไม้ตาย - 10
ย้า!
ท่าไม้ตาย - 11
งอกเงยซะ!
ท่าไม้ตาย - 12
ยอดอ่อนผลิบาน!
ท่าไม้ตาย - 13
ฮ่า!
ท่าไม้ตาย - 14
ชะล้างให้หมด!
ท่าไม้ตาย - 15
กระเด็นออกไปซะ!
ท่าไม้ตาย - 16
ย้า!
ท่าไม้ตาย - 17
จงส่องแสง!
ท่าไม้ตาย - 18
เปลวไฟอันเป็นนิรันดร์!
เปิดหีบสมบัติ - 1
โลกใบนี้กำลังตอบรับฉันอยู่เหรอ?
เปิดหีบสมบัติ - 2
รางวัลของการเดินทาง
เปิดหีบสมบัติ - 3
ฉันจะเก็บมันไว้ให้ดีเลย
ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 1
รอเดี๋ยว... ให้ฉันจัดการเองเถอะ!
ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 2
ระวัง!
หมดสติ - 1
นี่... ไม่ใช่จุดจบ...
หมดสติ - 2
โลกใบนี้... ไม่ยอมรับฉัน?
เข้าร่วมทีม - 1
ครั้งนี้จะเจออะไรนะ?
เข้าร่วมทีม - 2
โลกใบนี้เต็มไปด้วยปริศนาที่ยังไม่ได้ไข...
เข้าร่วมทีม - 3
ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะเลย
การมีส่วนร่วม